Cocotte / ชิมชิล-ชิล โดย สุรนันทน์ เวชชาชีวะ

by | 09-08-2016

 
Cocotte / ชิมชิล-ชิล โดย สุรนันทน์ เวชชาชีวะ

Cocotte / ชิมชิล-ชิล โดย สุรนันทน์ เวชชาชีวะ

 

“Cocotte” โคคอท เป็นภาษาฝรั่งเศส แปลว่า “ไก่ตัวเมีย” ความจริงมีอีกความหมายหากใครเปิดพจนานุกรมหรือกูเกิล ลองเข้าไปดูครับ ความหมายไม่งามเท่าไหร่ แต่สำหรับคำแปล “ไก่ตัวเมีย” นั้น ยืนยันโดยพนักงานเสิร์ฟที่ผมถาม

เมื่อซักต่อว่าทำไมตั้งชื่อร้านอย่างนี้ เจ้าของว่าอย่างไร พนักงานเริ่มดูไม่แน่ใจแต่ก็ตั้งสติได้รีบอธิบายว่า เป็นเพราะต้องการให้ได้ความรู้สึกของธรรมชาติ ในลักษณะ “From Farm to Table” หรือ “จากท้องทุ่งถึงโต๊ะอาหาร”

เรียกว่าเอาตัวรอดอย่างมีไหวพริบ ใช้แนวคิดของร้าน “Cocotte” มาประกอบเหตุผล!!

แนวคิดนี้กำลังเป็นที่นิยมตามกระแสอาหารที่ทำจากวัตถุดิบที่เป็น “ธรรมชาติ” มากที่สุด มีที่ปลูกที่เลี้ยงชัดเจน ไม่ผ่านการเลี้ยงด้วยอาหารสัตว์หรือสารเคมี ทั้งไม่ใช่ประเภทเลี้ยงในโรงงาน เกิดมาไม่เห็นเดือนเห็นตะวัน ฉีดยาเร่งโต และเมื่อได้ขนาดก็ “เชือด”

บางร้านอาหารจะไปไกลถึงว่าต้องเป็น “Fair Trade” ด้วย คือไม่ใช้แรงงานผิดกฎหมายหรือแรงงานเด็ก ไม่เอาเปรียบคนงาน ทั้งสองเงื่อนไขน่าจะเป็นพื้นฐานสำคัญของ “Cocotte” เพราะวัตถุดิบส่วนใหญ่มาจาก “โครงการหลวง” และในเว็บไซต์ยังมีรูปประวัติไม่เพียงแต่ตัวเชฟ แต่ไปถึงผู้ประสานงานกับโครงการหลวง และคนเลี้ยงไก่ ถือว่ารับประกันด้วยการให้เห็นหน้าเห็นตาและตัวตน ไม่ใช่พูดลอยๆ

ในกระแส “ธรรมชาติ” นั้น เมื่อถึงกรรมวิธีการปรุงอาหารก็จะมีลักษณะ “Slow Cooked”

เพื่อให้เครื่องปรุงเครื่องเทศเข้าเนื้ออย่างช้าๆ ไม่เร่งรีบจนเสียอรรถรส “บรรจง” ทำด้วย “ความรัก” ก็ว่าได้ ใครสนใจค้นคว้าหาความรู้ลองอ่านหนังสือของ “Michael Pollan” เจ้าตำรับระดับโลก

บรรยากาศของร้านตกแต่งให้ดูง่ายๆ มี “Rustic Feel” มีลักษณะเหมือน “บ้านนอกฝรั่ง” (บ้านนอกไทยคงต้องปูเสื่อ) เป็น “Countryside” โต๊ะไม้ผสมเหล็ก รอบร้านมี “ซุ้ม” หรือ “มุม” คล้ายๆ “ออกร้าน” นำเสนอเนื้อ ซีส ไวน์ ฯลฯ เดินดูชม และกลับมาสั่งกินที่โต๊ะ ครัว “เปิด” ให้เห็นการเตรียมอาหารแต่ละเมนู มีตู้ย่างไก่ตู้ใหญ่ ไก่หมุนช้าๆ หลายตัว ดูน่าเกรงขามไม่เหมือนไก่ที่หมุนๆ ตามร้านไก่ย่างไทยทั่วไป

แม้แต่จานที่ใส่อาหารก็เป็นไม้ หรือใช้ “เขียง” เป็นจาน ส้อม มีดด้ามไม้ ให้ความรู้สึก “ดิบๆ” ทำให้เคลิ้มไปได้ว่าไปหาที่กินไกลๆ อาจจะเมืองนอกเมืองนาโน่น แต่แท้จริงอยู่ใจกลางเมืองตรงสุขุมวิท 39 นี่เอง ลูกค้าผสมผสานต่างชาติและไทย พนักงานเป็นกันเอง ฝึกมาดี แนะนำอาหารและอธิบายสรรพคุณส่วนผสมได้พอควร

ถ้าเขียนผิด ผมฟังไม่รู้เรื่องเอง อย่าโทษพนักงาน เมนูดูง่าย เห็นราคาอาจเกิดอาการ “เบลอ” ไปบ้าง

แต่เมื่อลิ้นได้สัมผัสรสชาติ ก็คิดว่า “คุ้ม” นะ

 

ชิมชิล-ชิล : Cocotte

ชิมชิล-ชิล : Cocotte

 

สั่งตามคำแนะนำพนักงานเป็นส่วนใหญ่ เริ่มจาก “Cocotte Salad” ผักจากโครงการหลวง พาร์ม่าแฮม ไข่เป็ดลวก มะเขือเทศเล็ก กระเทียม และขนมปังครูตอน ราดด้วยน้ำสลัด ผักสดรู้สึกได้ ไข่ลวกพอเหมาะไม่สุกไม่ดิบไป

ตามด้วย “The Truffle Cocotte Camembert” ชีสคาเมมแบร์ย่างกับทรัฟเฟิล เสิร์ฟกับขนมปังกรอบและสลัดผักโครงการหลวง ชีสมาทั้งก้อน เยิ้มราดผักหรือทาขนมปัง เริ่มแล้วหยุดไม่ได้จนชีสหมด

จากนั้นเข้าสู่จาน “ปลา” เป็น “Salmon & Chorizo” ปลาแซลมอนย่าง ผักแอสพารากัส และซอสโชริโซะ เพิ่งเคยทานเป็นครั้งแรก ธรรมดาผมไม่ค่อยชอบกินปลาแซลมอนย่างเพราะรู้สึก “เลี่ยน” แต่เมื่อมีซอสโชริโซะทำให้กลมกล่อม หวานหอม

จานหลัก แน่นอนเป็น “ไก่ย่าง” และ “เนื้อย่าง” ทั้งสองหนัก 1.4 กิโลกรัม ใครยากลองควรโทรไปจองก่อน ส่วนเนื้อไปถึงสั่งเลย ใช้เวลาทำ 40 นาที คุ้มค่าการรอครับ “Chicken Perigourdin Style” ย่างได้นุ่มชุ่มฉ่ำ รสชาติทั่วถึงได้กลิ่นเครื่องเทศหอม ไม่เค็มเกินไป มี “truffle” และ “foie gras” ยัดไว้ใต้หนังไก่ สมกับเป็น “จานเด็ด” ของร้าน

ส่วน “Tomahawk Australian Wagyu” วางมาแทบลมจับ ชิ้นใหญ่ กินกันจนอิ่ม “French Fries” กับ “Mashed Potato” เป็นเครื่องเคียงที่ดี

 

ชิมชิล-ชิล : Cocotte

ชิมชิล-ชิล : Cocotte

 

แทบจะไม่เหลือที่ให้ขนม แต่มาแล้วต้องลอง “Mandarine & Chocolate” Ganach ตัดคำช็อกโกแลตร้อนไหลตัดกับซอสส้ม

และครัมเบิ้ลซินาม่อน กับ “Madame Canele” และ “Mille Feuille” ขนมฝรั่งเศสเหมาะกินกับกาแฟรสเข้มข้นของร้าน

ร้านนี้แนะนำว่า “ต้องไป” แต่ “ต้องจอง” ล่วงหน้านะครับ โต๊ะเต็มแต่หัวค่ำยันดึก มีไวน์ดีๆ ให้เลือกสรร ไปกันหลายๆ คนจะได้แชร์กันหลายๆ เมนู!!

 

ชิมชิล-ชิล : Cocotte

ชิมชิล-ชิล : Cocotte

 

…………………………………………………………………………….

 

 

Cocotte
ตีพิมพ์ครั้งแรกในคอลัมน์ “ชิมชิล-ชิล” กับสุรนันทน์ เวชชาชีวะ
หนังสือพิมพ์มติชนรายวัน วันเสาร์ที่  6 สิงหาคม 2559