Louis Leeman / ชิมชิล-ชิล โดย สุรนันทน์ เวชชาชีวะ

by | 19-09-2016

 
Louis Leeman / ชิมชิล-ชิล โดย สุรนันทน์ เวชชาชีวะ

Louis Leeman / ชิมชิล-ชิล โดย สุรนันทน์ เวชชาชีวะ

ผมเป็นคนไม่ชอบไปยืนชี้สิ่งมีชีวิต เพื่อส่งเข้าครัวทำอาหาร อย่างร้านอาหารทะเลบางร้าน ตู้ปลาบ่อกุ้งหอยปูอยู่หน้าร้าน พนักงานถามจะรีบไปนั่ง แล้วเลือกจากเมนู ซึ่งไม่พ้นต้องเห็นหน้าเห็นตาเสมอไป เพราะพนักงานจะ “อุ้ม” มาให้ดู ทั้งบอกว่า “ตัวนี้นะครับ”

โธ่ ไม่อยากทำบาปตรงหน้า แต่หนีไม่พ้น!!

ผมชอบอาหารทะเลสไตล์ไทย-จีน ในกรุงเทพฯที่นิยมไปเมื่อก่อนก็ “สมบูรณ์โภชนา” กับ “ตี๋โภชนา” คึกคัก โฉ่งฉ่าง เสียงในร้านดังด้วยเสียงลูกค้า จานชาม แต่อาหารเลิศรส ราคากันเอง

เขียนไปก็คิดถึง “ปูผัดผงกะหรี่” ไป “สมบูรณ์โภชนา” เดี๋ยวนี้มี 7 สาขา เปิดเว็บมีคำเตือน ร้านดังขนาดมีคนไปตั้งชื่อซ้ำ ชื่อคล้าย ดูให้ดีตรวจให้แม่นก่อนไปครับ

ด้าน “ตี๋” เจ้าเก่าประตูน้ำ หลังจากที่ไปเปิดที่อื่นๆ แทนที่ดั้งเดิมไม่ค่อยได้ไป จนมาเปิดใกล้บ้านในซอยสุขุมวิท 31 เมนูและรสชาติอาหารไม่เปลี่ยน ที่แตกต่างไปคือ บรรยากาศไม่ใช่สไตล์เดิม อาจเพราะมาเปิดแถวนี้เลยพยายามทำร้านให้หรูขึ้น ไม่สนุก ส่วนสาขาอื่นไม่เคยไป คงต้องแวะเวียนไปลองบ้าง

 

 

ที่ผ่านมาเร็วๆ นี้ มีร้านอาหารทะเลเปิดใหม่ท้ายซอยพร้อมพงษ์ ตรงทางจะไปออกเพชรบุรีตัดใหม่ 2 ร้าน ร้านแรกชื่อเป็นญี่ปุ่น “Shinsen Fish Market” ทำแบบซุปเปอร์มาร์เก็ตใหญ่ เลือกวัตถุดิบ จ่ายเงิน แล้วให้ที่ร้านอาหารตรงนั้นทำให้กินเลย มีทั้งกุ้งหอยปูปลาสดๆ และเนื้อวัวเนื้อหมูอย่างดี ร้านนี้ใหญ่ทุนหนา ตอนไปลองยังไม่ค่อยพร้อมเพราะไปแรกๆ เลย แต่น่าจะไปได้ดี ว่าจะแวะไปลองใหม่แล้วมาเล่าให้ฟังครับ

ส่วนฝั่งตรงข้าม มองไปครั้งแรกนึกว่าเป็นร้านอาหารทะเลฝรั่ง แต่เพื่อนบอกว่าเป็นไทย-จีน ย้ายมาจากแถวสวนมะลิ เมื่อก่อนเป็นห้องแถวห้องเดียว เดี๋ยวนี้เจ้าของขยาย มาลงทุนพื้นที่ใหม่ กะรับนักท่องเที่ยวและคนแถบสุขุมวิท

ร้านชื่อ “Louis Leeman” เจ้าของคือ คุณชิงชัย เอื้อครองธรรม บอกว่าคุณพ่อค้าเคยทำธุรกิจค้าขายกับต่างประเทศ ฝรั่งเรียก “หลุยส์” เลยเอาชื่อมาตั้งเป็นชื่อร้านเพื่อความเป็นมงคลและระลึกถึง

ร้านนี้ตกแต่งแปลก มีปลาหลายชนิด ซึ่งไม่ใช่ปลาที่จะมาทอดกิน แต่เป็นปลาทะเลประเภทสวยงาม คุณชิงชัยเล่าว่าใจรัก ทำร้านเลยทำตู้ปลาประดับ แม้พื้นร้านยังระบายภาพพื้นทะเล และหลังคาเป็นท้องฟ้า

ส่วนตู้สัตว์ทะเลที่ให้เลือกมาทำอาหารตั้งหน้าร้าน เดินเข้าปั๊บหลีกไม่พ้น เห็นกันแน่ๆ นอกจากการตกแต่งร้านแล้ว พนักงานยังมีเครื่องแบบสีสดใส ร้านสะอาดสะอ้าน มีสองชั้น จัดเลี้ยงสบายๆ ต้องให้คะแนนความตั้งใจเต็มร้อยของเจ้าของครับ ชีวิตจิตใจเป็นทะเลกับอาหารทะเล

 

 

ด้านอาหารไม่ผิดหวัง รสชาติได้เลย ถ้าไม่เผลอไปเลือกอะไรที่มาจากแดนไกลไป ราคารับได้ มีจานเล็กจานใหญ่ วันที่ไปลองลิ้มชิมตั้งแต่ “ฟองเต้าหู้ผัดพริกเกลือ” (150.-/300.-) เคี้ยวมัน เป็นกับแกล้มอย่างดี ตามด้วย “แฮ่กึ๊น” (200.-/400.-) เนื้อแน่น เรียกน้ำย่อย “ปวยเล้งผัดน้ำมันหอย” (100.-/200.-) มีผักสักหน่อยช่วยการย่อย และ “หอยนางรมอบเต้าซี่” (ตัวละ 120.-) ผมชอบหอยนางรมสด ส่วนใหญ่กินแบบฝรั่ง แต่มาทำสไตล์จีนอย่างนี้ไม่ค่อยได้ลอง และ “ผัดวุ้นเส้นทรงเครื่อง” (150.-)

 

 

จานหลัก ทานแล้วท้องหนัก กระเป๋าเบา ชุดนี้เก็บตังค์ไปกินละกัน ใครไปเช็กราคากันให้ดีก่อน ในเมนูเขียนไว้หมด (เมนูใหญ่มาก) เห็นราคาขีดเดียว ถามให้แน่ใจว่า “ตัวเป็นๆ” ราคาเท่าไหร่ก่อนสั่งนะครับ แต่รับรองว่า สด อร่อย ไม่ว่าจะ “กุ้งแคนาเดี้ยนผัดหมี่” “ปูรัสเซียผัดผงกะหรี่” และ “ปลาเก๋าหนูนึ่งซีอิ๊ว”

อิ่มแล้วเห็นตรงคำขวัญร้านที่ชัดเจน “No Seafood, No Life-ไม่มีอาหารทะเล ไม่มีชีวิต” ครับ!!

 

 

…………………………………………………………………………….

 

 

Louis Leeman
ตีพิมพ์ครั้งแรกในคอลัมน์ “ชิมชิล-ชิล” กับสุรนันทน์ เวชชาชีวะ
หนังสือพิมพ์มติชนรายวัน วันเสาร์ที่  17 กันยายน 2559