A PHP Error was encountered

Severity: Notice

Message: Only variable references should be returned by reference

Filename: core/Common.php

Line Number: 257

Suranand Live กับ สุรนันทน์ เวชชาชีวะ สังคม เศรษฐกิจ การเมือง บันเทิง กีฬา

พูดอีก ถูกอีก

by ownermdo_newshealth3_734.jpg | 17-05-2011

 

พูดอีก ถูกอีก

ตีพิมพ์ในหนังสือพิมพ์สยามรัฐ ฉบับวันที่ 17 พฤษภาคม 2554

“พูดอีกก็ถูกอีก” ไม่ใช่เรื่อง “ดีแต่พูด” ครับ แต่เป็นการพูดในสิ่งที่ควรเป็นตามข้อเสนอของ คณะกรรมการปฏิรูป (คปร.) ที่ มี นายอานันท์ ปันยารชุน เป็นประธาน ซึ่งได้ไขก๊อก “ลาออก” ไปแล้วด้วยอ้างเหตุ “มารยาททางการเมือง” แต่ลึกๆจะเป็นอย่างไรเห็นจะต้องไปถามไถ่ นายอานันท์ กันเอง

และถึงจะค่อนข้างชัดเจนว่า การที่ นายกรัฐมนตรี ตั้งคณะกรรมการปฏิรูป ขึ้นมานั้นเพื่อประโยชน์ทางการเมืองมากกว่าคิดที่จะเอาข้อเสนอไปทำจริง และทั้งที่รู้ว่าเป็นเช่นนั้น แต่ นายอานันท์ ก็ยอมรับสภาพ แต่ข้อเสนอที่ คณะกรรมการ ได้ศึกษารวบรวมมาก็มีประเด็นที่น่าสนใจ ถึงจะเป็นเรื่องที่พูดและคิดกันซ้ำซากมาหลายเวทีในอดีต โดยไม่มีใครนำไปทำให้เกิดการปฏิบัติได้

ปัจจุบันพรรคการเมืองกำลังแข่งขันกันเสนอนโยบาย หวังว่าพรรคการเมืองจะลองหยิบสิ่งที่เห็นด้วยและคิดว่าเป็นประโยชน์ไปสานต่อก่อให้เกิดการปฏิบัติได้บ้างก็จะดี แต่ขอยกข้อเสนอ พร้อมให้ความเห็นเบื้องต้นดังนี้

ในมิติการเมืองนั้น คณะกรรมการดังกล่าวได้เสนอให้ปฏิรูปใน 4 ด้านด้วยกัน คือ 1. ปฏิรูปโครงสร้างอำนาจ
โดยเปลี่ยนจากการรวมศูนย์อำนาจเป็นการให้อำนาจการปกครองท้องถิ่นมากขึ้น โดย “ท้องถิ่นควรมีอำนาจในการ เป็นผู้กรองอำนาจจากภายนอกเองมากขึ้น เพื่อทำให้ประชาชนสามารถป้องกันตนเองจากผลกระทบภายนอก มีโอกาสและเวลาที่จะปรับตัวเองไปตามจังหวะของแต่ละท้องถิ่นซึ่งไม่เหมือนกัน อันนับเป็นแนวโน้มการบริหารรัฐกิจของรัฐหลายแห่งในโลกปัจจุบัน”

เรื่องนี้ก็เป็นหลักการที่ยอมรับกันมาตลอด แต่ไม่มีการพัฒนากลไกในลักษณะการสร้างองค์กรท้องถิ่นและชุมชนที่เข้มแข็ง ทั้งรูปแบบการบริหาร งบประมาณ และวัฒนธรรมองค์กร พูดกันเป็นนามธรรมไม่ใช่เรื่องยาก แต่ให้เป็นรูปธรรม พรรคการเมืองที่จะประสบความสำเร็จในการเปลี่ยนแปลงประเทศต้องคิดที่จะพัฒนากลไกองค์กร ที่ฝรั่งเรียกว่า “Institutional Building”

2. ปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม โดย “ปัญหาของกระบวนการยุติธรรมไทยที่ตอกย้ำและขยายความเหลื่อมล้ำจนเป็น "สองมาตรฐาน" นี้ เมื่อวิเคราะห์ถึงที่สุดแล้ว เกิดขึ้นทั้งในกระบวนการที่จะเข้าถึงความยุติธรรม นับตั้งแต่กระบวนการบังคับใช้กฎหมาย, ระงับข้อพิพาท, ไปจนถึงตัวกฎหมายเอง และเนื้อหาแห่งความยุติธรรมที่เป็นผลบั้นปลาย หากไม่ปฏิรูป ความยุติธรรมในประเทศไทยจะเป็นความยุติธรรมแบบที่เรียกกันในภาษาสันสกฤตว่า “ความยุติธรรมของฝูงปลา”

สำหรับรัฐบาลปัจจุบันตราบที่ยังไม่สามารถให้ความยุติธรรมกับผู้ที่เสียชีวิต 91 คน จากเหตุการณ์สลายการชุมนุมเมื่อปีที่แล้ว จะมาพูดเรื่องกระบวนการยุติธรรมคงลำบาก แต่รัฐบาลหน้าหากจะสร้างความปรองดองที่แท้จริงให้เกิดขึ้นได้ ต้องทำความจริงให้ปรากฏอันเป็นพื้นฐานของความยุติธรรม

3. ปฏิรูปการเข้าถึงข้อมูลข่าวสาร ซึ่งรวมถึง “ข้อมูลซึ่งควรเปิดเผยให้เป็นที่รับรู้แก่สาธารณชน หรือแก่ผู้ที่ต้องการรู้” โดยต้องถือว่า “ข้อมูลใดๆ ที่สาธารณชนมีส่วนได้เสียย่อมต้องถือว่าเป็นข้อมูลสาธารณะทั้งสิ้น” เช่น ข้อมูลการถือครองที่ดิน หรือการที่หน่วยราชการที่กำกับดูแลการทำโครงการขนาดใหญ่ ไม่ยอมเปิดเผยข้อมูลการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อม ฯลฯ ทั้งนี้ “การเปิดเผยข้อมูลสาธารณะต้องทำในลักษณะที่สะดวกและง่ายแก่การเข้าถึงของทุกคน แม้แต่ในบางกรณีอาจต้องเผยแพร่เป็นพิเศษเพื่อให้มั่นใจว่าทั่วถึงจริง”

แต่ไม่ยักเห็น คณะปฏิรูป เสนออะไรเกี่ยวกับการเปิดกว้างในโลกอินเตอร์เน็ตที่รัฐบาลชุดนี้ดำเนินการปิดกันเป็นว่าเล่น หรือการเปิดเผยข้อมูลเช่นกระบวนการตัดสินใจที่นำไปสู่การสลายการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดง

4. ปฏิรูปกองทัพ เรื่องนี้เห็นว่า “คณะกรรมการปฏิรูปยังมิได้ทำการศึกษาจนได้ข้อสรุปที่ชัดเจน แต่คณะกรรมการปฏิรูปมีข้อสังเกตและหลักการเบื้องต้นว่า ทุกคนในประเทศต้องการและสนับสนุนให้กองทัพมีสมรรถนะสูงสุดในการป้องกัน ประเทศ ในการนี้ต้องยึดหลักการสำคัญ 3 ประการ คือ 1) ทหารจะต้องยอมรับอำนาจสูงสุดในการกำหนดนโยบายแห่งชาติและในการบริหารประเทศ ของรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง 2) ทหารควรมุ่งเน้นปฏิบัติภารกิจหลัก โดยลดภารกิจที่ไม่ใช่กิจการโดยตรงของกองทัพลง โดยเฉพาะการเข้ามามีบทบาททางการเมือง 3) ควรปรับขนาดของกองทัพให้เล็กลง กะทัดรัด และสอดคล้องกับภารกิจหลัก โดยเฉพาะการลดกำลังคน ตำแหน่ง และยุทโธปกรณ์ที่ไม่จำเป็นลง เพื่อนำทรัพยากรที่มีอย่างจำกัดไปใช้ในการสร้างเสริมสมรรถนะในการปฏิบัติ ภารกิจหลักของกองทัพ”

ไม่รู้จะทันไหมครับ เห็น ผู้บัญชาการทหารบก พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา เสนอยกระดับ กอ.รมน. เป็นทบวงความมั่นคงแล้ว ร้องได้อย่างเดียวว่า “สยิววว..” ใครจะปฏิรูปอะไรก็ตาม เร่งทำข้อสุดท้ายก่อนครับ ก่อนจะสายเกินไป!!!