A PHP Error was encountered

Severity: Notice

Message: Only variable references should be returned by reference

Filename: core/Common.php

Line Number: 257

Suranand Live กับ สุรนันทน์ เวชชาชีวะ สังคม เศรษฐกิจ การเมือง บันเทิง กีฬา

สงครามน้ำลาย

by ownermdo_newshealth3_735.jpg | 16-05-2011

 

สงครามน้ำลาย

ตีพิมพ์ในหนังสือพิมพ์สยามรัฐ ฉบับวันที่ 16 พฤษภาคม 2554

ยังไม่ทันประกาศผู้สมัครและนโยบายที่ชัดเจน สงครามน้ำลายระหว่างพรรคการเมืองก็เร่าร้อนรุนแรงแต่ไก่โห่!!

เริ่มจาก นายบุญยอด สุขถิ่นไทย เปิดฉากไม่ดูตาม้าตาเรือ “ซัลโว” เข้า นางยิ่งลักษณ์ ชินวัตร (ว่าที่) ปาร์ตี้ลิสต์หมายเลข 1 ของพรรคเพื่อไทย โดยลืมไปว่าศรนั้นย้อนได้ เพราะในพรรคตัวเองมีความสับสนพอควร!!

แต่ปลายแถวออกมาก็พอเข้าใจ ที่หนักในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาเห็นจะมาจากเหล่าผู้อาวุโสของพรรคประชาธิปัตย์ ในขณะที่ตัวหัวหน้าพรรค นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ “ชี้เป้า” เข้าหา “ยิ่งลักษณ์” อย่างต่อเนื่อง เร่งท้า “ดีเบต” สำทับตามโดยเลขาธิการพรรค นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ที่ไม่รอท่า ยกยอนายกฯไว้ก่อน และงัดไพ่ “ประสบการณ์” มาทับถมทันที

ทั้งหมดนี้ นางยิ่งลักษณ์ ยังไม่ได้เอ่ยปากสักคำหนึ่ง ไม่มีแม้เสียง “แอ๊ะ” แต่น้อยนิด!!

เมื่อเป็นลักษณะเช่นนี้แต่แรก เห็นทีการหาเสียงสำหรับการเลือกตั้งจะกลายเป็นเรื่องของสำนวนโวหาร การโต้ตอบด้วยวาทศิลป์ และสร้างความ “สะใจ” ให้กับผู้ที่หาเสียงอยู่ และ “คอการเมือง” ของทั้งสองฝ่ายที่จะเอาวลีเด็ดเหล่านี้ไปโต้คารมกันต่อในสภากาแฟทั่วประเทศ

ซึ่งเป็นธรรมชาติของการเมืองทั่วโลก แม้ในสหรัฐอเมริกาหรืออังกฤษที่มองทุกเรื่องเป็นเรื่องที่อยู่บนพื้นที่สาธารณะ จะเลือกผู้นำหรือผู้แทนก็ย่อมต้องถูกประชาชน “ตั้งคำถาม” ด้วยความสงสัยในเรื่องต่างๆ ในขณะเดียวกันการเปิดประเด็นโดยฝ่ายตรงข้าม หากไม่ทำกันซึ่งๆหน้า ก็มีวิธี “ซิกแซ็ก” ผ่านสื่อให้ เปิดโปง” ทั้งนี้ผู้ปล่อยข่าวหวังว่าจะเป็นการทำลายคู่ต่อสู้ แต่ในหลายครั้งหลายหน กลีบ “ย้อนกลับ” ประชาชนไม่เชื่อและเห็นว่าถูกกลั่นแกล้ง เรียกคะแนน “สงสาร” อีกต่างหาก

อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าถึงแม้การตอบโต้ทางการเมืองจะมีความ “มันส์” ในตัวของคำพูดเหล่านั้น ผู้พูดเอง แต่คนส่วนใหญ่ต้องการที่จะรับรู้ไว้พิจารณา คือ แนวคิดและนโยบาย และไม่ใช่เพียงต้องการได้ยินและท่องจำ “สโลแกน”ได้เท่านั้น แต่เขาต้องการทราบ “ข้อสมมติฐาน” “ประเด็นปัญหา” “แนวทางแก้ไขที่เป็นรูปธรรม
ดังนั้นไม่ว่าซีกรัฐบาลหรือพรรคเพื่อไทยฝ่ายค้านเห็นจะต้องทำ “การบ้าน” ให้หนัก ตัวเลขต้องแม่น และผลกระทบต่อประชาชนในการดำเนินนโยบายเหล่านั้น

ที่สำคัญคือประชาชนอย่าไปเชื่อทันทีเมื่อได้ยินคำมั่นสัญญาของนักการเมือง หลายคน “ดีแต่พูด” จริง และหลายคนพร้อมจะพูดอะไรก็ได้ที่จะทำให้ได้การรับเลือกตั้ง ในเมืองนอกเรียก “Empty Promises” สัญญาที่ว่างเปล่า “เพราะมีแต่ลมปาก” และทุกคนต้องถามคำถามให้ละเอียด เรื่องการใช้เงินงบประมาณ ที่มาที่ไปของเงิน และจะส่งผลกระทบจะดีจริงตามคำ “โฆษณาชวนเชื่อ” ไว้หรือไม่

ประเด็นหลังดูอดีตนายกฯ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร จะ “ได้เปรียบ” เพราะผลงานในอดีตเห็นแล้วว่า “ไทยรักไทย” ทำจริง ส่วนวิสัยทัศน์ความคิดก็ได้เปรียบยิ่งไปต่างประเทศมาก เห็นตัวอย่างของนโยบายความคิดที่ประสบความสูงกว่า ทั้งมีวิธีเล่าเรื่องที่คนฟังมี “ปฏิสัมพันธ์” ด้วย ขณะที่รัฐบาลดูจะ “ล้มเหลว” ไปเสียทุกด้าน

จะมีข้อด้อยกว่าพรรคประชาธิปัตย์ก็ตรงที่พรรคเพื่อไทยยังไม่สามารถเปิดตัวผู้ท้าชิง ที่ทุกคนตามติดว่าจะเป็น “ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร” ตามข่าวหรือไม่ วันนี้พรุ่งนี้น่าจะรู้กันชัดๆแน่ๆแล้ว

และด้วยผลงานรัฐบาลที่ทำงานมา 2 ปีและไม่ “เข้าตา” สักเท่าใด จึงอาจเป็นเหตุผลหลักที่เหล่าพลพรรคประชาธิปัตย์บ่ายเบี่ยงจุดอ่อนของตน พุ่งเป้าเข้าใส่ “ทักษิณ-ยิ่งลักษณ์” ที่ฝ่ายประชาธิปัตย์มองว่าจะเป็นจุดอ่อน ทั้งยังเล่นเน้นการสร้าง “ความกลัว” การกลับมาของ พ.ต.ท.ทักษิณ ไว้ให้หนัก แนวร่วมจะได้ไม่แตกแถว (ส่วนพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยจะไปไหนก็ไป – ฮา)

เมื่อภาพชัดขึ้น สงครามน้ำลายคงจะหนักหน่วง จนประชาชน “ตัวเปียก” ไปตามๆกันอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ และหากยังคง “ไร้สาระ” อย่างการโจมตีทางการเมืองในช่วงสัปดาห์ที่แล้ว ก็กลัวว่าสาธารณชนจะเกิดอาการ “เบื่อหน่าย” ไปเสียก่อน

ประมาณ 50 วันต่อจากนี้ เห็นทีจะต้องเตรียมร่มเตรียมเสื้อฝนไว้ป้องกันน้ำลายนักการเมืองให้ดี!!