ปชช.อยากรู้

by ownermdo_newshealth3_751.jpg | 13-06-2011

 

ปชช.อยากรู้

ตีพิมพ์ในหนังสือพิมพ์สยามรัฐ ฉบับวันที่ 13 มิถุนายน 2554
 
ช่วงนี้ผู้ติดตามข่าวการเลือกตั้งและคอการเมืองทั้งหลาย รวมทั้งประชาชนทั่วไปที่ชีวิตปกติไม่ได้สนใจหรือสัมผัสข่าวประเด็นการเมืองมากนัก คงหนีไม่พ้นการถูกถาโถมจากสำนักข่าวต่างๆ โทรทัศน์ทุกช่อง หนังสือพิมพ์ทุกฉบับ วิทยุทุกคลื่นต่างต้องเสนอข่าวและวิเคราะห์ประเด็นการเมืองอย่างเมามัน ซึ่งรวมทั้งผู้เขียนคนนี้ด้วย (ฮา)

ในแต่ละช่องช่วงข่าวหรือช่วงทอล์กจะมีการจัดสัมภาษณ์ผู้สมัครและผู้ที่พรรคการเมืองต่างๆกำหนดให้เป็นผู้รับผิดชอบอธิบายชี้แจงในแต่ละเรื่องแต่ละประเด็นมาออกรายการ ถกเถียงระหว่างตัวแทนพรรคบ้าง ถกเถียงกับพิธีกรบ้างแล้วแต่สถานการณ์และสิ่งแวดล้อม

นอกเหนือจากนั้นก็จะมี “กูรู” ต่างๆ ทั้งที่ลำเอียงฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง และที่เป็นนักวิชาการที่ทำตัวเป็นกลางจริงๆ ให้ข้อคิดเห็นกันทั่ว ซึ่งขนาดคนที่สนใจการเมืองอย่างผมซึ่งยังเขียนยังพูดวิเคราะห์ “คอมเม้นท์” แล้วแต่ที่พื้นที่สื่อจะกรุณาให้ไปพูดขีดเขียน ยังรู้สึก “เบื่อ” และ “เซ็งๆ” ไม่รู้เพราะมีรายการทำนองนี้เยอะไปหรือเปล่า

หรือเนื่องจากการที่คนออกมาพูดนั้น เข้าทำนอง “อ้าปากก็เห็นลิ้นไก่” พูดไปพูดไปมีแต่จะ “ถดถอย” ในเครดิตและความนิยม!?!

ซึ่งเขียนไปมากๆเดี๋ยว “เข้าตัว” (ฮา)

สำหรับผู้สมัครและพรรคการเมืองนั้น มีโพลล์ของสวนดุสิตที่น่าสนใจ และสะท้อนอะไรบางอย่างเกี่ยวกับ “สาระ” ของการหาเสียงและการเลือกตั้ง โดยประเด็นแรกที่พบคือสิ่งที่ประชาชน “อยากฟัง” หรือ “อยากรู้” ในการหาเสียงของผู้สมัคร ส.ส. ณ วันนี้ มากที่สุด ได้แก่ อันดับ 1 นโยบายที่ชัดเจนของผู้สมัคร ส.ส. และสิ่งที่จะทำให้บ้านเมืองเจริญก้าวหน้าและประชาชนอยู่ดีมีสุข 31.41% และอันดับ 2 การพัฒนาชุมชนในพื้นที่ที่อยู่ในความดูแลให้เจริญก้าวหน้า เศรษฐกิจหมุนเวียน 28.20%

ตามด้วย อันดับ 3 การให้ความสำคัญและให้การสนับสนุนเรื่องที่มีความสำคัญระดับชาติ เช่น การศึกษา ความสงบเรียบร้อยของบ้านเมือง โดยเฉพาะปัญหาความไม่สงบตามแนวชายแดน ฯลฯ 25.07% และอันดับ 4 เรื่องเร่งด่วนหรือสิ่งที่จะทำเป็นอย่างแรกเมื่อได้เป็น ส.ส. 15.32%

ส่วนสิ่งที่ประชาชน “ไม่อยากฟัง” หรือ “ไม่อยากรู้” ในการหาเสียงของผู้สมัคร ส.ส. ณ วันนี้ มากที่สุด ได้แก่ อันดับ 1 การพูดจาพาดพิงบุคคลอื่นให้เสียหาย ใส่ร้ายป้ายสี 38.13% อันดับ 2 เรื่องที่ไม่เป็นความจริง เรื่องโกหก หลักฐานเท็จ 34.81% อันดับ 3 การพูดยกยอตัวเอง พูดจาอวดอ้างสรรพคุณที่เกินจริง 16.22% และอันดับ 4 ขุดคุ้ยเรื่องเก่าๆที่ผ่านมาแล้ว ให้เป็นประเด็นขึ้นมาอีก  10.84%

และสิ่งที่ประชาชนอยากฝากบอกกับผู้สมัคร ส.ส. ที่กำลังหาเสียง ณ วันนี้ อันดับ 1 คือ การหาเสียงอย่างตรงไปตรงมา ไม่ใช้วิธีสกปรก  ช่วยกันรักษาภาพลักษณ์ที่ดีของนักการเมือง 35.26% อันดับ 2 ขอให้เป็น ส.ส.ที่ดี ซื่อสัตย์ สุจริต ไม่โกงกิน 30.95% อันดับ 3 ไม่ว่าผลการเลือกตั้งจะออกมาเป็นอย่างไร ก็ขอให้ยอมรับตามความเป็นจริง 18.40% และอันดับ 4 ขอให้ตั้งใจทำงาน ปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มที่ เห็นแก่ประโยชน์ส่วนรวมเป็นสำคัญ 15.39%

ก็คงเป็นอุทาหรณ์ให้กับผู้สมัครและตัวแทนพรรคการเมืองได้ แต่ไม่แน่ใจซีกพรรครัฐบาลในขณะนี้จะได้ยินหรือเปล่าเพราะไม่ว่า นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ปาร์ตี้ลิสต์เบอร์ 1 และหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ หรือ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการพรรค เห็นสัมภาษณ์แต่ละครั้งยังพาดพิง กระแหนะกระแหนฝ่ายพรรคเพื่อไทย ร่ายกลับไปถึงแม้ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร

หาเสียงยังไม่ “เดินหน้า” และยอกว่าจะพาประเทศ “เดินหน้า” ก็ยังงงๆ??

แต่จะว่าทั้งสองฝ่ายไม่พูดนโยบายเลยคงไม่ถูก เพราะก็มีการอธิบายกันยาวๆ (ขึ้น) ตามเวทีต่างๆ เพียงผู้ซักถามไม่ได้ลงถึงแก่น และไม่มีสื่อที่ “กัดติด” กล้าฟันธงว่านโยบายไหนทำได้ทำไม่ได้เพราะอะไร อย่างนโยบาย “ประชานิยม” ที่หลายพรรคนำเสนอกันนั้น เคยมีใคร “บวกเลข” ข้อเสนอของแต่ละพรรคหรือยังว่าต้องใช้งบประมาณที่มาจากภาษีของเรามากน้อยเพียงใด จะได้ถามกลับไปได้ว่าจะเอาเงนมากจากไหน??

อยากรู้จริงๆ!!