โต้มาร์ค

by ownermdo_newshealth3_758.jpg | 22-06-2011

 

โต้มาร์ค

ตีพิมพ์ในหนังสือพิมพ์สยามรัฐ ฉบับวันที่ 22 มิถุนายน 2554

ได้ติดตามข่าวที่ น.ส.จิตรา คชเดช ผู้ประสานงานกลุ่มคนงานไทรอาร์ม และอดีตประธานสหภาพไทรอัมพ์ ซึ่งเป็นคนแรก หรือ “ต้นตำรับ” ที่ชูป้าย “ดีแต่พูด” ประท้วงนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ได้เขียนจดหมายเปิดผนึกผ่านเว็บเฟซบุ๊กถึง นายอภิสิทธิ์ เพื่อตอบโต้กรณีที่ นายอภิสิทธิ์ เขียนบทความเรื่อง “จากใจอภิสิทธิ์ถึงคนไทยทั้งประเทศ (5)” โดยขอยกบางช่วงบางตอนของจดหมายดังกล่าว ดังนี้

“ดิฉันได้อ่านจดหมายของคุณ “จากอภิสิทธิ์ฉบับที่ 5 ผมไม่ได้ดีแต่พูด” มันทำให้ดิฉันจำเป็นต้องตอบจดหมายเพราะพาดพิงถึงดิฉันโดยตรงว่า "กระบวนการนี้เริ่มจากการให้คนเสื้อแดงไปชูป้ายที่งานวันแรงงานที่องค์กรเอกชนจัดขึ้น เพื่อให้ส.ส.เพื่อไทยเอาไปขยายผลในสภาและการสร้างกระแส" เพราะคนแรกที่ถือป้ายคือดิฉันร่วมกันกับเพื่อนๆ อดีตคนงานไทรอัมพ์ฯ ที่ถูกนายจ้างเลิกจ้าง และถูกอดีตรัฐมนตรีกระทรวงแรงงาน ซึ่งอยู่พรรคเดียวกับคุณขณะนั้นได้เอาจักรเย็บผ้าที่มีผู้บริจาคมาให้กับคนที่ถูกเลิกจ้างไปถึง 150 ตัว”

“อะไรบ้างที่เป็นแรงบันดาลใจที่ดิฉันต้องมาถือป้ายให้คุณในวันงานเสวนา "100 ปีวันสตรีสากล" ที่จัดโดยกลุ่มบูรณาการสตรี ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ซึ่งดิฉันได้ชี้แจงไปหลายครั้งแล้วผ่านสื่อต่างๆ แต่คุณคงไม่มีเวลาอ่านและทำความเข้าใจและได้วิเคราะห์ว่าปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้น เกิดจากตัวของคุณเอง ไม่ได้เกิดจากคนถือป้ายคนแรก แต่คุณมักจะโทษคนอื่นเสมอ”

“จดหมายฉบับนี้ที่ดิฉันเขียนถึงคุณโดยตรง เพื่อให้คุณได้เกิดหูตาสว่างบ้างว่าประชาชนคนทั่วไปเขาคิดเองได้มีสติ มีสมองกันทุกคนที่เขาตั้งคำถามหรือเตือนสติคุณต้องกลับเอาไปคิด ไปใช่ท่องอยู่ตลอดเวลาว่าคนเหล่านี้ทำอะไรก็เป็นแผนของกลุ่มการเมืองฝ่ายตรงข้าม แล้วเมื่อไหร่คุณจะได้รู้ข้อเท็จจริงซะทีว่า ประชาชนคนไทย ยากดีมีจนเขาคิดเองได้แล้ว หวังว่าคุณคงรู้แล้วว่า "คนไทยไม่ได้เดินทางด้วยเกวียนและไม่ได้กินหญ้า"

“ดิฉันยกป้าย "ดีแต่พูด" ให้คุณเพราะอะไร คุณกรุณาอ่านด้วยความตั้งใจ วันที่ 6 มีนาคม 2554 ดิฉันถูกเชิญไปเป็นผู้ร่วมเสวนาเวทีเดียวและหัวข้อเดียวกันกับคุณ.... ฉันตะโกนออกไป ฆาตกร ฆาตกร ไม่มีใครได้ยินเสียงฉัน เพราะบนเวทีเขากำลังหน้าบานกันดีใจ ซึ่งคนละอารมณ์กับฉัน ฉันอยากร้องไห้ เมื่อฉันนึกถึงพี่น้องเสื้อแดงที่ถูกฆ่าตาย ฉันตะโกนอีกครั้ง มือเปื้อนเลือด ฉันหยิบปากกาเมจิก เอากระดาษA4 (คือแถลงการณ์ของงานวันนั้น) ใช้ด้านที่ว่างเขียนว่า ‘มือใคร?’ ฉันเอามือฉันทาบลงไปแล้วเขียนตาม ฉันค้นหาปากกาเมจิกสีแดงเพื่อทาเป็นสีเลือด ฉันถามคนอื่นไม่มีใครมี ฉันรีบตัดสินใจเขียนว่า ‘เปื้อนเลือด’ ไปบนฝ่ามือ ฉันเขียนสองแผ่นประกบกันแล้วพับมุมนั้นมุมนี้”

“ฉันชูป้ายเด็ดสำหรับฉัน ‘เหรอ....’ และตามด้วย ‘ดีแต่พูด’ ฉันถูกกีดกันจากตำรวจ เพื่อแย่งแผ่นป้าย ฉันถามแผ่นป้ายมีปัญหาอะไรเหรอ ‘..ดีแต่พูด, มือใคร? เปื้อนเลือด’ มันมีปัญหาตรงไหน ด่าใคร หยาบคายหรือเปล่า”

“ฉันไม่มีเรื่องโกรธเกลียดกันเป็นการส่วนตัว แต่ฉันไม่ชอบระบบที่เขาใช้อยู่ฉันต้องการระบบประชาธิปไตย คนเท่ากันหนึ่งคน หนึ่งสิทธิ์ หนึ่งเสียง ทุกคนมาจากการเลือกตั้ง ทุกสถาบันตรวจสอบได้ ฉันไม่ต้องการคนดี คนหล่อ ฉันต้องการการตรวจสอบเปิดเผย “โปร่งใส” ต่อไปคือความในใจที่ฉันคิดว่าป้ายนี้เหมาะสำหรับคุณคือ “คนดีแต่พูด”

น.ส. จิตรา ยังทวงถามด้วยว่า “ไม่รู้ว่าคุณยังจะจำในสิ่งที่พูดได้หรือเปล่า” โดยยกคำพูดที่ นายอภิสิทธิ์ เคยพูดไว้ตามที่ต่างๆ 16 ข้อด้วยกัน และปิดท้ายว่า

 “จึงเรียนมาให้คุณได้คิด ไตร่ตรอง ใช้สติในการพูดเขียนให้มากขึ้นอะไรทำไม่ได้ไม่ต้องพูด อะไรไม่ใช่เรื่องจริงไม่ต้องเขียน และคุณต้องยอมรับที่จะถูกวิพากษ์วิจารณ์ได้ คนที่เป็นบุคคลสาธารณะคือคนที่ก้าวเข้ามาเป็นนักการเมือง ได้ใช้ภาษีของประชาชน บุคคลเหล่านี้ต้องวิพากษ์วิจารณ์และตรวจสอบได้ ถ้าคุณไม่ต้องการถูกวิพากษ์วิจารณ์ ไม่ต้องการถูกตรวจสอบ คุณก็ต้องไม่เข้ามาเกี่ยวข้องกับการบริหารเงินภาษีประชาชน และไม่มาเสนอตัวเป็นนักการเมือง หรือผู้บริหารประเทศ”

ทีมงาน นายอภิสิทธิ์ น่าจะไปหาอ่านฉบับเต็มและให้ นายอภิสิทธิ์ อ่าน ก่อนที่จะปล่อยให้ นายอภิสิทธิ์ ขึ้นปราศรัยที่ราชประสงค์นะครับ!!