เลือกตั้งกรุงเทพฯ (จบ)

by ownermdo_newshealth3_756.jpg | 17-06-2011

 

เลือกตั้งกรุงเทพฯ (จบ)

ตีพิมพ์ในหนังสือพิมพ์สยามรัฐ ฉบับวันที่ 17 มิถุนายน 2554

เขียนมาวันนี้วันที่ 4 และสัญญาผู้อ่านว่าเป็นวันสุดท้ายที่จะประเมินโพลล์ โดยเฉพาะกรุงเทพโพลล์ที่สำรวจมาว่า พรรคเพื่อไทย นำ พรรคประชาธิปัตย์ ในพื้นที่ 21 เต ปชป.นำ 6 เขต และสูสี อีก 6 เขต รวมเป็นเขตเลือกตั้งทั่วทั้งกรุง 33 เขตด้วยกัน

ขอต่อด้วย 3 เขตสุดท้ายก่อนจะไปภาพรวม เริ่มด้วย เขต 31 ภาษีเจริญ บางกอกใหญ่ สองคนที่ลงแข่ง “เขี้ยว”ไม่แพ้กัน นายวิลาศ จันทร์พิทักษ์ ปชป. เป็น ส.ส. หลายสมัย แต่หมุนไปตามเขตใกล้ๆกันเพราะกว้างขวาง ส่วน นายมานะ คงวุฒิปัญญา พท. แจ้งเกิดเป็น ส.ส. สมัย ทรท. ขยัน ใจถึง สู้ไม่ถอย กรุงเทพโพลล์ให้ “สูสี” และคงจะ “สูสี” กันจนวันเลือกตั้ง
 
เขต 32 ตลิ่งชัน บางกอกน้อย (เฉพาะแขวงบ้านช่างหล่อ และแขวงบางขุนศรี) บางกอกน้อยถูกแบ่ง ฐานเดิมของ นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ จึงเป็นสองส่วนโดยคาดว่า นายชนินทร์ รุ่งแสง ปชป. จะกวาดเขตนี้ได้ด้วยคะแนนที่เปลี่ยนตามการแบ่งเขต แต่ นายปิติพงษ์ เต็มเจริญ พท. เป็น ส.ส. เก่า กว่างขวางไม่แพ้ นายชนินทร์ และแน่นในพื้นที่ตลิ่งชัน เขตนี้คล้อยตามกรุงเทพโพลล์ที่ให้ นายปิติพงศ์ นำ
 
เขต 33 บางพลัด (ยกเว้นแขวงบ้านช่างหล่อและแขวงบางขุนศรี) เขตนี้ข่าวว่าฝ่าย ปชป. ระดมผู้ใหญ่ในพรรคมาช่วย ดร.รัชดา ธนาดิเรก อดีต ส.ส. เดินหาเสียง วันก่อน นายองอาจ ต้องมาลุย เพราะ ดร.รัชดา ต้องเจอกับ หน้าใหม่ นายพงศ์พันธ์ ยอดเมืองเจริญ พท. ลูกชายอดีตปลัดกระทรวงพาณิชย์ นายศิริพล ยอดเมืองเจริญ ประกอบกับได้มรดกฐานเสียงเดิมของ นายภิมุข สิมะโรจน์ ที่พักการเมืองไปเป็นผู้อำนวยการองค์การสวนสัตว์ โพลล์จึงให้ นายพงศ์พันธ์ นำ แต่ต้องระวังโค้งสุดท้าย พลังจากศาลากลาง กทม. มีกำลังภายใน จะช่วย ดร.รัชดา ได้เพียงใด ต้องจับตาให้ดี

ครับถือว่าครบ 33 เขต เหลืออีก 16 วันถึงวันเลือกตั้ง เข้าโค้งนี้ ผู้สมัคร ส.ส. แต่ละพรรคเดินเครื่องเต็มสูบ โพลล์ประเมินกันได้ แต่อย่างที่กล่าวไว้แล้ว คนกรุงส่วนใหญ่ตัดสินใจกัน 7 วันสุดท้าย หรือ 3 วันสุดท้ายด้วยซ้ำ ดังนั้นจึงพลิกกันได้อีกหลายรอบ

ทั้งการสำรวจและการประเมินนั้น ก็จะได้สัมผัสความรู้สึก แต่กลไกการเลือกตั้งมีความสลับซับซ้อน ใครบริหารจัดการไม่ดี จัดตั้งไม่เก่ง อย่างที่ภาษาอังกฤษเขาใช้คำว่า Political Machinery หากไม่พร้อม ผู้สมัครที่เดินไปไหนมาไหนแล้วบอกว่าได้รับการตอบรับดี

บางทีไปค้นพบตอนนับคะแนนว่า “เสียงดี แต่คะแนนไม่มี” ก็มีให้เห็นมาเยอะแล้ว!!

และเป็นเหตุผลที่ พรรคขนาดกลางขนาดเล็ก “เกิดยาก” เมื่อพรรคใหญ่สองพรรคยังเผชิญหน้ากันอยู่ด้วยอาวุธครบมือ โดยเฉพาะในการเลือก ส.ส.เขต เชื่อว่าในที่สุดจะแบ่งกันสองพรรค พรรคอื่นสอดแทรกไม่ได้แม้แต่ที่นั่งเดียว

พรรคที่สามที่พอจะได้รับการสนับสนุนอยู่บ้าง ด้วยความเป็นจริงแล้วไม่ใช่พรรคการเมือง รูปลักษณ์ของพรรคเป็นเพียงพาหนะให้ตัวบุคคลเดินเข้าสภาได้เท่านั้น โดยบุคคลนั้นๆเป็น “ปาร์ตี้ลิสต์ เบอร์ 1” และเขตเลือกตั้งทั่วประเทศก็จริง แต่หวังพึ่งคนที่รู้จักและนิยมในกรุงเทพฯเป็นหลัก

ไม่ว่าจะเป็น นายชูวิทย์ กมลวิศิษฐ์ และ พรรครักประเทศไทย ของเขา ซึ่งจากโพลล์เข้าที่สาม นายชูวิทย์ ฉลาดที่จะประกาศขอเป็นฝ่ายค้าน และด้วยการตลาดแบบสนุกสนานทำนอง “ฮาไว้ก่อน พ่อสอนไว้” จึงน่าจะได้คะแนนวัยรุ่นที่เบื่อหรือไม่สนใจ “การเมือง” ประกอบกับพวก “Protest Vote” คือ พวกที่ประท้วงระบบ แต่ไม่ใช่กลุ่มเสื้อเหลืองพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย จึงไม่ “โหวตโน”

ด้าน ร.ต.อ. ดร.ปุระชัย เปี่ยมสมบูรณ์ ผู้ตั้ง พรรครักษ์สันติ ซึ่งแยกตัวกับ นายเสรี สุวรรณภานนท์ พรรคประชาสันติ มา ทำให้สะดุดช่วงออกสตาร์ทหน่อย แต่มีผู้สมัครครบ ที่ตลกคือคนละแบบกับ นายชูวิทย์ โดยสิ้นเชิง การตลาดสู้ไม่ได้ และ ดร.ปุระชัย ก็หาเสียงสไตล์เรียบๆ แข็งๆอันสะท้อนบุคลิกของตัวเอง เน้นเรื่องความซื่อสัตย์สุจริต เที่ยงตรง

ทั้ง ดร.ปุระชัย และ นายชูวิทย์ ไม่น่าจะมีปัญหาได้คะแนนเพียงพอที่จะเข้าสภา แต่จะสามารถเอาลูกทีมในบัญชีรายชื่อพ่วงเข้ามาอีกคนละเท่าใด ไม่น่าจะเกินพรรคละ 2-3 คน

แข่งกันไปครับ อีก 2 สัปดาห์เศษๆรู้ผล ใครจะเป็น ส.ส. ใครจะเป็น ส.ต. (สอบตก) อยู่ที่ประชาชนคนกรุงเทพตัดสินใจ!!