ไพราษฎร์ สุขสุเมฆ การ์ตูนความรู้กับเด็กและเยาวชนไทย

by ownermdo_newshealth_382.jpg | 12-11-2009

 

ไพราษฎร์ สุขสุเมฆ การ์ตูนความรู้กับเด็กและเยาวชนไทย

ออกอากาศเมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายน 2552


 
สุรนันทน์ วันนี้คุยกันเรื่องหนังสือการ์ตูน ผมอยู่กับคุณไพราษฎร์ สุขสุเมฆ บรรณาธิการการ์ตูนความรู้สำนักพิมพ์ นานมีบุ๊ค การ์ตูนกับความรู้พ่อแม่บางคนบอกไม่แน่ใจ เพราะว่าพอบอกว่าการ์ตูนมันอาจจะเป็นเรื่องสนุกเฉยๆ การ์ตูนความรู้คืออะไร

ไพราษฎร์  การ์ตูนความรู้จริงๆแล้วคนอาจจะมองว่าเป็นการ์ตูนที่มีความรู้ แต่สำหรับผมการ์ตูนความรู้คือหนังสือความรู้ที่นำเสนอในรูปแบบการ์ตูน

สุรนันทน์ มันผิดกันคือไม่ใช่การ์ตูนแล้วมาแทรกสาระความรู้ แต่เป็นการให้ความรู้ในรูปแบบการ์ตูน วิธีการนำเสนอเป็นการ์ตูน

ไพราษฎร์  ครับวิธีการนำเสนอเป็นการ์ตูน จุดประสงค์หลักคือให้เด็กได้ความรู้จะทำอย่างไรให้เขาได้ความรู้อย่างมีประสิทธิภาพที่สุด เพราะฉะนั้นก็เลยต้องใช้เป็นหนังสือการ์ตูน

สุรนันทน์ เราเริ่มจากอะไร เริ่มจากคิด Concept หรือไปเลือกหนังสือมา แล้วมาเขียนหรือมาแปลหรือมาเขียนการ์ตูน

ไพราษฎร์  ที่นานมีบุ๊ค จะเป็นหนังสือการ์ตูนแปล ส่วนใหญ่เป็นการ์ตูนแปลจากเกาหลี

สุรนันทน์ หมายความว่ามีวัตถุดิบที่เป็นภาษาอื่นอยู่แล้ว

ไพราษฎร์ ที่เริ่มจากของเกาหลีไม่ใช่ว่าเทรนเกาหลีนะครับ คือเกาหลีการ์ตูนความรู้เขาค่อนข้างจะนำประเทศอื่นๆ ซึ่งจุดเด่นของเขาคือเป็น 4 สี อย่างเมื่อก่อนเราอ่านการ์ตูนญี่ปุ่นก็จะเป็นขาวดำ ของเกาหลีจะทำเป็น 4 สี สวยงาม แล้วก็เขียนมาเพื่อให้เด็กอ่านโดยตรง คือการ์ตูนญี่ปุ่นจะเป็นแบบผู้ใหญ่อ่านได้แต่ของเกาหลีคือเขาทำการบ้านมาให้เด็ก ตีโจทย์จำหรับเด็กเลย

สุรนันทน์ การ์ตูนญี่ปุ่นอย่างที่ผู้ใหญ่ไทยบางคนเป็นห่วงว่าอย่างที่คุณบอกว่าผู้ใหญ่อ่านได้ มีทั้งความรุนแรงบ้างมีเรื่องเซ็กส์บ้างก็มี โป๊ๆหน่อยก็มี อะไรพวกนี้ แต่การ์ตูนความรู้เขาไม่มีหรือครับ

ไพราษฎร์  ไม่มีครับ เพราะว่าตรงนี้เขาตั้งโจทย์เพื่อให้เด็กอ่าน คือจริงๆที่เกาหลีเขาเคยมีงานวิจัยว่าทำอย่างไรให้เด็กอ่านหนังสือเยอะๆ เขาก็เลยเริ่มทำการ์ตูนที่เป็นวิทยาศาสตร์ แล้วปรากฏว่าเด็กทั้งประเทศเขาอ่านหนังสือเพิ่มขึ้นอีก 30% เริ่มจากการ์ตูนความรู้ที่เป็นวิทยาศาสตร์

สุรนันทน์ การไปคัดเลือกหัวข้อเลือกเลือกอย่างไร หรือแปลหมด

ไพราษฎร์  ก็ต้องดูทั้งภาพ เนื้อหา แล้วก็ดูชื่อสำนักพิมพ์เขา โดยมากจะเป็นสำนักพิมพ์ชั้นนำของเขา ซึ่งดูจากผลตอบรับหรือยอดขาย

สุรนันทน์  เพราะฉะนั้นทีมงานนานมีก็ต้องไปตะลุยอ่าน แล้วก็เลือกออกมา

ไพราษฎร์  เขาก็จะส่งหนังสือมา หรือว่าบางทีก็จะไปที่เกาหลีเลยไปเลือกหนังสือ

สุรนันทน์ ผมเห็นหนังสือผมนึกว่าเป็นงานเขียนของคนไทย แต่เป็นของเกาหลี เล่มนี้คือประวัติพระพุทธเจ้า กับเรื่องของประเทศไทยเองแต่เขียนโดยเกาหลี เวลาเราอ่านแล้วรู้สึกอย่างไร อันดับแรกตรวจสอบอย่างไร

ไพราษฎร์ อย่างแรกก็คือต้องให้แปลมาก่อน จริงๆต้องดูอย่างละเอียด เพราะว่าแม้แต่ภาพหรือข้อความบางอย่างก็จะไม่ค่อยเหมือนของไทยนัก ก็ต้องปรับแต่ว่าหลักๆจะไม่ค่อยต่างกันมาก คือทางเกาหลีเขาก็เขียนกลางๆ อย่างเขียนเรื่องประเทศไทย เขาก็รู้ว่าประเด็นไหนที่เป็นเรื่องละเอียดอ่อนเขาก็ต้องเขียนแบบระมัดระวัง

สุรนันทน์ เพราะฉะนั้น สิ่งที่คุณไพราษฎร์ในฐานะบรรณาธิการ ก็ต้องมานั่งอ่านอีกทีหนึ่ง

ไพราษฎร์  ก็คือตั้งแต่เลือกต้นฉบับ นั่งอ่านแล้วก็ส่งแปล แล้วมาดูปรับให้มันเข้ากับของไทยวัฒนธรรมไทย

สุรนันทน์ คือเราไม่ได้แปลตรงๆ ผมก็มีความรู้สึกว่าคนเกาหลีจะเข้าใจคนไทย ทำให้อ่านเข้าใจได้ง่ายแค่ไหน

ไพราษฎร์  จริงๆอย่างเรื่องมุขตลกหรือว่าความสนุกของเอเชียเรามันไปด้วยกันได้ ไม่ค่อยเหมือนฝรั่งที่มันจะต่างจากไทยเยอะ ตรงนี้อาจจะไม่ต้องปรับอะไรมาก แต่ว่าอย่างชื่อตัวละครก็คงต้องมีเปลี่ยนบ้าง เพราะเกาหลีเขาจะเป็นชื่อเกาหลี อาจจะไม่ไทยมากให้มันดูแบบทันสมัย

สุรนันทน์ ตรงนี้ผลตอบรับเป็นอย่างไร

ไพราษฎร์  การตอบรับดีมาก คือตั้งแต่เริ่มทำก็ไม่ได้คาดหวังถึงขนาดนี้ แต่ไปไปมามากลายเป็นเทรนของเด็ก เด็กจะอยู่ในช่วง 9 – 15 ปี ประถมปลายจะเยอะสุดครับ คือกลายเป็นว่าที่โรงเรียนเขาเอาไปอ่านกัน หรือว่ากลายเป็นต้องซื้อการ์ตูนความรู้เท่านั้นที่จะเอามาแทนการ์ตูนญี่ปุ่น

สุรนันทน์ อย่างประวัติพระพุทธเจ้ายอดพิมพ์เท่าไหร่

ไพราษฎร์  ยอดพิมพ์ก็เล่มละหมื่นขึ้น อย่างล่าขุมทรัพย์พิมพ์ 30,000 เล่ม แล้วก็ขายได้หมดเลย

สุรนันทน์ ความรู้คุณไพราษฎร์อาจจะบอกว่าเป็นความรู้แต่ผู้ใหญ่บางคนบอกว่าอ่านการ์ตูนมันจะได้ความรู้ลึกซึ้งแค่ไหน

ไพราษฎร์  จริงๆเทียบกับหนังสือความรู้ตรงๆมันก็เทียบไม่ได้ มันไม่ลึกซึ้งขนาดนั้น แต่ว่าสิ่งที่เด็กได้โดยโดยไม่รู้ตัวคือตัวละครไปผจญภัย อย่างเรื่องล่าขุมทรัพย์สุดขอบฟ้าเหมือนกับเป็นเด็กที่ไปล่าขุมทรัพย์ แต่ไม่ใช่ไปล่าเพื่อสะสมไปเพื่ออาสมบัติเพื่อปกป้องจากพวกโจร อย่างเล่ม “ล่าขุมทรัพย์สุดขอบฟ้า ในไทย” จะมีคนไม่ดีมาขโมยพระพุทธรูปที่ประเทศไทย ตัวเอกก็จะต้องไปค้นหาเพื่อปกป้องพระพุทธรูป ส่วนการให้ความรู้ก็คือเข้าจะบอกว่าพระพุทธรูปมีมาตั้งแต่สมัยสุโขทัย เพราะฉะนั้นการตามหาเขาจะต้องไปราชธานีเก่าของประเทศไทยเราตั้งแต่สุโขทัย อยุธยา เขาจะไปทีละเมือง แล้วก็มีคำใบ้ที่เกี่ยวกับพุทธศาสนา หรือว่าอย่างเรื่องช้างเผือก เพราะฉะนั้นระหว่างการเดินทางเด็กก็จะได้เรียนรู้ไปเลยโดยที่เหมือนกับว่าเราไม่ต้องมาใส่ให้เขา

สุรนันทน์ ก็เป็นวิธีการเล่าเรื่อง เคยคุยกับเด็กแล้วเขารู้สึกอย่างไร

ไพราษฎร์  อย่างแรกก็คือสนุก แล้วอย่างบางทีมีกิจกรรมเกี่ยวกับเรื่อง
ความรู้แล้วเขาก็ตอบได้

สุรนันทน์ แต่มันจะไปแทนที่หนังสือความรู้อื่นหรือเปล่า สมมติผมอ่านประวัติพระพุทธเจ้าตรงนี้แล้ว ผมก็ไม่ต้องอ่านเล่มใหญ่แล้ว

ไพราษฎร์  คือจริงๆตรงนี้ ผมว่ามันเหมาะกับการเริ่มต้น ถ้าเด็กที่ไม่ชอบอ่านหนังสือให้อ่านการ์ตูนความรู้จะเหมาะ

สุรนันทน์ คือเราไม่ได้บอกว่าอันนี้อ่านจบแล้วไม่ต้องอ่านอะไรอีกแล้ว

ไพราษฎร์  คือเป็นตัวเริ่ม เป็นตัวเสริม ยกตัวอย่างในหนังสือพูดถึงอยุธยา เด็กก็รู้ว่าอยุธยาเป็นอย่างนี้ แล้วพอไปเรียนเจอบทเรียนที่เกี่ยวกับอยุธยาก็นึกได้ว่าเคยได้อ่านมาแล้ว เพราะฉะนั้นหนังสือเรียนหรือบทเรียนจะดูน่าสนใจยิ่งขึ้น

สุรนันทน์ อย่างเรื่องโอบามาเขาก็ไม่ได้เขียนเป็นเกาหลี แสดงว่าเกาหลีเขาก็มีแนวคิดที่จะให้คนเรียนรู้ การที่คุณไพราษฎร์อยู่ในวงการ มีคนบอกว่าคนไทยอ่านหนังสือน้อย เด็กไทยอ่านหนังสือน้อยรู้สึกอย่างไร

ไพราษฎร์  ผมว่ากำลังจะดีขึ้น คือแนวโน้มเด็กอ่านหนังสือเยอะขึ้นถึงแม้คนอาจจะมองว่าเป็นแค่การ์ตูนความรู้ แต่ว่าเด็กก็เริ่มจับหนังสือมากขึ้น

สุรนันทน์ วันหนึ่งเราจะเห็นหรือเปล่าว่าการ์ตูนที่เขียนโดยคนไทย เกาหลีเอาไปแปลอ่านบ้าง

ไพราษฎร์  ผมว่าน่าจะเป็นไปได้เพราะคนไทยศักยภาพมีพออยู่แล้ว ที่จะทำออกมาให้ดีหรืออาจจะดีกว่านี้ด้วย ส่วนการเล่าเรื่องผมว่าคนไทยพอได้แต่มีประเด็นอีกอันหนึ่งก็คือความรู้ เพราะว่าทั้งเรื่องทั้งภาพแล้วก็ความรู้ต้องรวมกันให้ได้ และต้องมีการใส่ความรู้ลงไปในเรื่องอย่างแนบเนียน โดยเด็กไม่รู้สึกว่าโดนยัดความรู้ให้ แล้วก็สนุก

สุรนันทน์ คุณสมบัติของคนที่เขียนการ์ตูนความรู้ต้องเป็นอย่างไร

ไพราษฎร์  อย่างที่เกาหลี เขาจะแยกกันระหว่างทีมวาดภาพกับทีมเขียนเรื่อง แล้วอาจจะมีทีมวิชาการ เพราะจริงๆมันยากสมมติจะเขียนเรื่องวิทยาศาสตร์ ความรู้เรื่องวิทยาศาสตร์ส่วนใหญ่มันจะค่อนข้างยาก เขาจะไม่รู้ลึกถ้ามีทีมวิชาการมารวมกันก็จะดี

สุรนันทน์ เพราะฉะนั้นความสมดุลตรงนี้มันต้องเป็นทีม คือไม่ใช่ว่าอยู่ในคนๆเดียว ใครที่มีความสามารถก็วาดไป คนที่เล่าเรื่องเป็นก็ต้องมาประกอบ

ไพราษฎร์  ครับคือต้องรวมกันให้ได้ อย่างที่ผ่านมานานมีบุ๊คก็มีโครงการประกวดการ์ตูนไทยนานมีบุ๊คส์อะวอร์ด ก็มีรับต้นฉบับจากคนไทย ก็ดูแล้วใช้ได้เลย ปีแรกประกวดเรื่องวิทยาศาสตร์ แต่คนวาดบางทีเขาก็ต้องไปปรึกษากับอาจารย์หรือผู้เชี่ยวชาญทางด้านวิทยาศาสตร์ การ์ตูนความรู้สิ่งที่สำคัญที่สุดคือความรู้ต้องถูกต้อง สมมติการ์ตูนสนุกแค่ไหน แต่ว่าถ้าความรู้ผิดไปนิดหนึ่งอาจจะไม่ดีกับผู้อ่านแล้ว

สุรนันทน์ เด็กสมัยนี้คุณไพราษฎร์มองว่าเขาอยากจะรู้อะไรมากที่สุด

ไพราษฎร์  ผมว่าจริงๆแล้วเขาพร้อมรับเกือบทุกเรื่อง อย่างชุดล่าขุมทรัพย์สุดขอบฟ้ามันจะมีเล่มล่าขุมทรัพย์สุดขอบฟ้าในอิรัก ในรัสเซีย ในตุรกี ซึ่งเราฟังแล้วรู้สึกว่าเด็กไม่น่าจะสนใจ แต่กลายเป็นว่าขายดีมาก คือเขาพร้อมจะรับทุกความรู้เพียงแต่ว่าเราจะให้เขาอย่างไร หรือแม้แต่วิทยาศาสตร์ที่บางเรื่องค่อนข้างหนักๆเขาก็รับได้