ดร.วรัญญา สะอาดเอี่ยม รีเท็นนิส Happiness is all around (เมื่อความสุขอยู่รอ

by ownermdo_newshealth_383.jpg | 13-11-2009

 

ดร.วรัญญา สะอาดเอี่ยม รีเท็นนิส Happiness is all around (เมื่อความสุขอยู่รอบตัวเรา)

ออกอากาศเมื่อวันที่ 13 พฤศจิกายน 2552
 
สุรนันทน์ วันนี้ผมอยู่กับ ดร.วรัญญา สะอาดเอี่ยม รีเท็นนิส ขอเรียก ดร.หนึ่ง เพราะว่าในหนังสือก็ลงชื่อ ดร.หนึ่ง ไว้ใน Happiness is all around (เมื่อความสุขอยู่รอบตัวเรา) แต่ถ้าจะแนะนำดร.หนึ่ง ก็คือเป็นนักธุรกิจด้านระหว่างประเทศ ทำธุรกิจทำอะไรแล้ว อันแรกที่ต้องถามคือทำไมมาเขียนหนังสือ ธุรกิจก็ประสบความสำเร็จ

ดร.วรัญญา ก็เป็นธุรกิจเล็กๆ ไม่รู้ว่าเรียกตัวเองว่านักธุรกิจหรือเปล่า แต่หนึ่งเป็นผู้ประสานงานให้กับบริษัทเล็กๆบริษัทหนึ่ง แต่ว่าทำไมมาเขียนหนังสือ จริงๆแล้วทุกอย่างในชีวิตเรามันเชื่อมโยงกันอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นทำธุรกิจหรือเขียนหนังสือ มันคือชีวิต มันคือพื้นฐานชีวิต

สุรนันทน์ ไม่ได้หมายความว่าเป็นนักธุรกิจแล้วทำงานอย่างอื่นไม่ได้ จะเป็นงานสังคมหรือจะอะไรก็ตาม มันก็มีวิถีทางของมัน แล้วก็มีทางเลือกอื่นในชีวิต แต่การที่จะจับปากกาเขียนหนังสือมันต้องมีแรงบันดาลใจ

ดร.วรัญญา แรงบันดาลใจมาจากจุดเปลี่ยนในชีวิต จุดเปลี่ยนในชีวิตที่เรามีความรู้สึกว่าเราก็มีพร้อมในครอบครัวเล็กๆของเรา แต่เราไม่มีความสุข ทีนี้เมื่อเราแสวงหา ยิ่งแสวงหายิ่งงงยิ่งวกวน เหมือนกับไปหาจากสิ่งภายนอก แล้วเมื่อหาจากสิ่งภายนอกบางทีเราหาไม่เจอ เราก็เลยมาเข้าใจว่าเมื่อชีวิตมีความผิดพลาด หรือทำอะไรที่ผิด หรือไม่มีใครที่อยู่รอบข้าง แม้กระทั่งที่หนักที่สุดคือไม่มีตัวเอง ไม่มีตัวเองเป็นที่พึ่งของตัวเอง เรารู้สึกว่าจุดนั้นเป็นจุดที่ไม่น่ารักเลย เป็นจุดที่ชีวิตไม่ควรจะเกิดมาเป็นอย่างนั้น เพราะฉะนั้นเมื่อเราผ่านจุดตรงนั้นมาได้ เราเลยอยากจะแบ่งปันให้กับคนอื่น

สุรนันทน์ ในชีวิตของ ดร.หนึ่ง ก็คงจะมีทุกอย่างพร้อม ทำไมถึงไม่มีความสุข

ดร.วรัญญา แล้วตรงที่ว่าทุกอย่างมีพร้อมไม่ว่าจะเป็นพร้อมเล็กหรือพร้อมใหญ่ จริงๆที่บอกว่าเงินไม่ใช่จะซื้อความสุขได้อันนี้เรื่องจริง แต่เงินซื้อความสะดวกสบายได้ สำหรับหนึ่งเงินซื้อความสุขในจิตใจข้างในไม่ได้ จุดที่หนึ่งจะมาเขียนหนังสือตรงนี้ เพราะหนึ่งเห็นแล้วว่าความสุขไม่ต้องแสวงหา ความสุขไม่มีขาเดินได้ แต่ความสุขค้นหาได้ในใจของเรา  ยิ่งค้นหาได้มากเท่าไหร่ยิ่งเห็นตัวเองเปลี่ยนแปลงไปมากเท่าไหร่ จากเด็กที่เอาแต่ใจตัวเอง เดี๋ยวนี้ก็มีบ้างไม่ได้สมบูรณ์แบบ แต่ถ้าเปรียบเทียบอดีตกับปัจจุบัน มันต่างกันอย่างฟ้ากับเหว เมื่อก่อนเอาแต่ใจตัวเอง ไม่มีความสุข คิดมากตลอดเวลา  ขี้กังวลตลอดเวลา พอหนึ่งเห็นจุเปลี่ยนของตัวหนึ่งในการทำเป็นสเต็ปเล็กๆ ที่หนึ่งมาอยู่ทุกวันนี้ได้ทุกอย่างที่หนึ่งมองเห็นรอบตัวมีความสุข นั่นคือที่มาของการเขียนหนังสือ ที่หนึ่งอยากจะแบ่งปันออกไป

สุรนันทน์ ตัวที่ขับเคลื่อนชีวิตเรามาตลอดที่อยากมีนู้นอยากมีนี่ มันก็ทำให้เราประสบความสำเร็จไม่ใช่หรือ

ดร.วรัญญา ใช้ หนึ่งไม่ได้บอกว่าไม่อยากมีนู้นไม่อยากมีนี่ ตอนนี้หนึ่งก็อยากมี แต่ว่าหนึ่งภูมิใจและพอใจในสิ่งที่หนึ่งมีอยู่ปัจจุบัน ในขณะที่เมื่อก่อนจะมีแค่ไหนก็ไม่พอใจ หนึ่งค้นพบตัวเองด้วยทุกอย่างที่เป็นรายละเอียดทุกอย่างในชีวิต หนึ่งค้นพบตัวเองกับทุกอย่างในชีวิตในโลกนี้

สุรนันทน์ การค้นพบตัวเองมันเป็นเทคนิคอย่างหนึ่งในชีวิต คือหมายความว่าเราคิดวิเคราะห์ด้วยตัวเองได้ว่าอะไรที่ควรทำ อะไรที่ไม่ควรทำ ตรงนี้ทำไมมันเกิดขึ้นมาว่านี่คือสิ่งที่ใช้

ดร.วรัญญา เนื่องจากหนึ่งเป็นคนที่ลองผิดลองถูกด้วยตัวเอง หนึ่งอาจจะโชคดีตรงที่อะไรที่หนึ่งคิดอยากจะทำหนึ่งทำเลย แม้กระทั่งบางครั้งมันอาจจะดูไม่ดีในสายตาคนโน้นคนนี้ ถ้าหนึ่งคิดว่าสิ่งที่หนึ่งทำไม่ได้คดโกงใคร ไม่ได้โกหกใคร ไม่ได้ไปทำสิ่งชั่วร้ายในการไปเอาเปรียบใคร หนึ่งจะทำเลยแต่ที่ต่อให้เราคิดว่าเราศึกษาเราเรียนรู้มากแล้วมันก็มีความผิดพลาด เพราะฉะนั้นความผิดพลาดทุกอย่างในอดีตของเราหรือในปัจจุบันของเรานั่นคือสิ่งที่ทำให้เราค้นพบตัวเองด้วย

สุรนันทน์ เวลาทำงาน ดร.หนึ่งก็ประเมินตัวเองมาตลอด แต่ไม่ใช่เรื่องของภาพของตัวเอง

ดร.วรัญญา ไม่ใช่ หนึ่งเป็นคนที่ไม่อยากจะมีภาพอะไร หนึ่งอยากจะมีความสุขจากข้างในจริงๆ เพราะฉะนั้นในการประเมินตัวเองมาจากประสบการณ์ตรงในการทำความดี ความชั่ว

สุรนันทน์ คนเราก็ควรจะประเมินตัวเองตลอด

ดร.วรัญญา แต่ไม่ใช่ว่าประเมินตัวเองจนกระทั่งไปยึดไว้แล้วก็กอดไว้แน่น อย่างนั้นก็ไม่เห็นอีก ประเมินแล้วยึดมั่นไม่มีประโยชน์ ประเมินแล้วสบายๆ เบาสบาย

สุรนันทน์ ในเมื่อตัวเองมีความสุขแล้วการมาเขียนหนังสือมันคืออะไร

ดร.วรัญญา เวลาที่เราบอกว่าเรามีความสุขมากมาย เราร่ำรวยมหาศาล ไม่ว่าเราอยู่ในกล่องเล็กๆของเราหรือเราอยู่ในโลกกว้างๆก็ตาม เดินทางได้ทั่วรอบโลกมีความสุขจริงๆหรือเปล่า เพราะฉะนั้นสำหรับหนึ่งมีความรู้สึกว่าต้องแบ่งปันให้คนอื่นถ้าหนึ่งมีความสุขคนเดียว หนึ่งเดินรอบบ้านแต่คนพ่อคุณแม่นั่งหน้าตาไม่มีความสุขแล้วคิดว่าหนึ่งมีความสุขหรือคะ เพราะว่ามนุษย์เราเชื่อมโยงกัน เมื่อเราแบ่งปันออกไป ประมาณ 3 ปีที่แล้ว หนึ่งแปลหนังสือไว้ชื่อว่า ศาสตร์แห่งความมั่งคั่งร่ำรวย คือร่ำรวย 3 อย่าง อย่างละเท่าเทียมกันแต่เป็นแบบของเรา ก็คือเราเป็นที่พึ่งของตัวเองได้ การหาเลี้ยงชีพ ประกอบสัมมาอาชีวะ เรามีจิตใจที่เบิกบานสบาย อย่าไปเอาที่คนอื่นประเมินเรา เราประเมินตัวเราเองว่าฉันได้แค่ไหนทั้งทางด้านจิตวิญญาณก็คือเราไม่เอารัดเอาเปรียบผู้ใด อย่าแค่ถูกใจผู้อื่นแต่ต้องทำให้ถูกต้อง เพราะฉะนั้นมี 3 อย่างคือ ร่างกาย ความคิด จิตวิญญาณ

สุรนันทน์ หนังสือ Happiness is all around (เมื่อความสุขอยู่รอบตัวเรา) เป็นส่วนต่อจาก “ศาสตร์แห่งความมั่งคั่งร่ำรวย” หรือเปล่า

ดร.วรัญญา ใช่ แต่มากกว่าตรงที่ หนังสือ Happiness is all around (เมื่อความสุขอยู่รอบตัวเรา) จะมองไปที่ความสุขที่เห็นได้รอบๆตัว เมื่อความสุขอยู่รอบตัวเรา อย่าไปคิดว่าความสุขจะต้องไปเอาจากยานอวกาศ เห็นอะไรมองให้เป็นความสุขได้ หาให้เจอในตัวเรา

สุรนันทน์ ภายในหนังสือ Happiness is all around (เมื่อความสุขอยู่รอบตัวเรา) เมื่ออ่านแล้วจะมีความสุขได้อย่างไร เนื้อหาในนี้มันคืออะไร

ดร.วรัญญา เรื่องราวทั้งหมดในนี้อ่านแล้วมีความสุขเพราะว่าเราสามารถที่จะเชื่อมโยงเข้ากับตัวเราได้ เป็นเรื่องใกล้ตัวเป็นเรื่องของชีวิตคนที่ไม่จำเป็นจะต้องตกต่ำเกินไป หรือสูงส่งเกินไปจนคนบางคนหรือคนบางกลุ่มไม่สามารถที่จะไปจับต้องได้ แต่ในเล่มนี้เป็นเรื่องของหลายๆคน หลายชีวิตที่เป็นความจริง สิ่งที่สำคัญที่สุดในชีวิตก็คือความจริง ความจริงมีพลัง ถึงจะไม่ใช่เรื่องราวในวันนี้แต่ความจริงเป็นสภาพภายนอก แต่ความจริงคือความสุข

สุรนันทน์ เพราะฉะนั้นเรื่องที่อยู่ในนี้ก็คือชีวิตจริงที่จะสอนเราได้

ดร.วรัญญา มันจะเป็นกระจกเงาให้เราเห็นชีวิตเราในสิ่งที่เรียบๆง่ายๆธรรมดา เป็นชีวิตของคนประมาณ 30 กว่าท่าน ก็จะมีเยอะแยะไปหมด ต้องบอกว่าน่าสนใจมากๆ บางท่านก็มีชื่อเสียง แต่หลายท่านในนี้ไม่มีชื่อเสียงเลย แต่เขาคือมนุษย์หนึ่งมนุษย์ เป็นชีวิตหนึ่งชีวิต

สุรนันทน์ ไม่ได้ไปตั้งใจว่าคนนี้สุขอย่างนี้ต้องเอามาเล่าเป็นตัวอย่าง คนนั้นสุขอย่างนั้น แล้วเลือกอย่างไร 30 กว่าคนที่เอามาเขียน

ดร.วรัญญา เราใช้พลังจากความรู้สึกในการที่คุยกัน ซึ่งไม่เคยรู้จักใครเป็นส่วนตัวเลย พอได้ยินเรื่องของเขา หนึ่งและทีมงานก็จะไปคุยกับเขา หนังสือเล่มนี้กว่าจะออกมาเป็นเล่มใช้เวลาเป็นปี ทั้งๆที่จริงๆแล้วเป็นเรื่องธรรมดามาก

สุรนันทน์ ไม่ใช่คุณหนึ่งนั่งเทียนเขียน เพราะผมเป็นคนที่อ่านหนังสือเยอะพออ่านแล้วรู้ถึงแม้จะเป็นเรื่องสั้นๆแต่รู้ว่ามันมีอะไรบางอย่างที่สัมผัสจริง เพราะฉะนั้นได้ไปคุยมาจริง

ดร.วรัญญา คุยจริง ถ่ายทำเป็นวีดีโอเพื่อที่จะเอามาดูแล้วดูอีกว่า ตกลงเราจะขออนุญาตใช้เรื่องราวของคนคนนี้ เราคุยกับหลายท่านมาก แล้วก็สรุปออกมาแค่ 30 กว่าท่าน คุยจนเป็นเพื่อนกันไปหลายๆท่าน แล้วก็รู้เลยว่าเรื่องราวบางเรื่องราวดูเหมือนเป็นเรื่องราวธรรมดาตามท้องถนน แต่เมื่อเราจับในสิ่งที่เขาพูดออกมาด้วยความจริงเราไม่ตัดเลย เขาพูดอะไรเราจะเขียนตรงนั้น เราจะเลือกส่วนที่ชัดเจนที่สุด

สุรนันทน์ มันก็มีความสุขหลายด้าน สุขไม่สมบูรณ์แบบ สุขเสียสละ สุขด้วยบุญ มันก็เป็นตัวอย่างของแต่ละความสุข

ดร.วรัญญา ใช่ เพราะแต่ละชีวิตเลือกไม่เหมือนกัน เราต้องใช้คำว่าเลือก บางชีวิตสุขด้วยความไม่สมบูรณ์แบบ เขาเลือกที่จะมีความสุขแม้กระทั่งวันนี้เขาไม่มีขาแล้ว อย่างเช่นคุณภราดร เป็นนักบิน F 16 ณ วันหนึ่งเกิดเหตุการณ์รถชนก็ตัดหมดเลย คุณภารดร พูดมาคำหนึ่งว่าผมขอบคุณความพิการ หลังจากประสบอุบัติเหตุ 3 ปีเอง ตอนนี้ผมอยู่อย่างนี้ผมยิ้มได้มีความสุข ที่หนึ่งทำตรงนี้อย่างแรกเลยคนเราต้องเริ่มที่ตัวเองก่อน พอทำตรงนี้หนึ่งได้รับเต็มๆเลย มันก็พองในจิตใจ พอไปคุยกับคนที่มีหัวใจกว้างใหญ่ สิ่งที่เหมือนกันก็ดึงดูดกัน เราคุยกันมันก็สามารถที่จะดึงเอาสิ่งดีๆมาสรุปไว้ในนี้ได้ แต่ไม่ได้บอกว่าทุกอย่างเลือกไม่ได้ทุกชีวิตต้องเลือกให้มีความสุข

สุรนันทน์ แต่กับคนบางคนยากมากเพราะเขาตัดสินใจ ด้านนี้ก็ทุกข์น้อย ด้านนี้ก็ทุกข์มาก แต่มันต้องตัดสินใจ ทำอย่างไรที่จะมองกลับมาอีกด้านว่าตัดสินใจอย่างมีความสุข

ดร.วรัญญา เมื่อก่อนชีวิตหนึ่ง เป็นอดีตที่ไม่เคยอับอายเลยแต่ว่าต้องยกมาเล่าอีกครั้ง เมื่อก่อนนี้ทั้งหย่าร้าง ล้มละลาย แต่งงานไปได้เดือนครึ่งล้มละลาย และยังเคยคิดที่จะหนีปัญหาอะไรหลายอย่างในการที่ทำอะไรที่ไม่ได้ถูกต้องและไม่มีประโยชน์ต่อชีวิตเราและครอบครัว แต่แทนที่จะไปมองเฉพาะตรงที่ดำๆชีวิตมันก็อยู่ตรงนั้น แค่หนึ่งเปลี่ยนความคิด ไม่ใช่วันนี้หนึ่งมีความสุขทุกวัน 24 ชั่วโมง ไม่ใช่คะ แต่หนึ่งเลือกที่จะมีความสุขมากขึ้นทุกๆวัน แล้วพอเราทำบ่อยๆพลังแห่งนิสัยมันก็จะเปลี่ยน พอเราเห็นตัวเองจากไอ้จุดดำเน่า ล้มละลาย หย่าร้าง ฆ่าตัวตาย  คนชอบพูดกับหนึ่งว่าพูดเหมือนง่ายทำยาก ก็ดิฉันทำมาแล้ว ถ้าดิฉันทำมาแล้วมันคือสิ่งที่ต้องทำ ไม่ใช่พูดเหมือนง่ายคะคนที่ทำไม่ได้คือไม่ได้ทำ ไม่ใช่ทำไม่ได้

สุรนันทน์ แต่ถ้าทำแล้วมันมีส่วนยากอีกส่วนหนึ่งก็คือทำแล้วจะทำให้มันมีความต่อเนื่องได้อย่างไร เพราะมันก็มีสิทธิ์หมุนกลับไปในหลุมดำนั้นอีก

ดร.วรัญญา เรื่องธรรมชาติคะ เมื่อไหร่ที่มันมีพระอาทิตย์แล้วไม่มีพระจันทร์มันก็จะมีแต่ความสุขไม่มีความทุกข์ ให้มองธรรมชาติ ธรรมชาติคือรอบๆตัวเรามันมีการขึ้นและลง เมื่อไหร่ลงไม่ใช่เรื่องแปลกประหลาด เมื่อไหร่คุณจะล้มละลาย หรือเป็นมะเร็ง ที่หนึ่งพูดได้เพราะว่าหนึ่งผ่านมาด้วยตัวเองแล้ว แม้กระทั่งเรื่องมะเร็งถามว่าคนรู้หรือเปล่าว่าคนนี้เขาเป็นมะเร็งขั้นที่ 2 ไม่มีใครรู้ เพราะหนึ่งไม่มองเยอะๆ ถ้าเราไปจดจ่อที่ไหนก็ขยายที่นั้น แล้วจะรักษาสภาพนี้อย่างไรให้ทำบ่อยๆ ทำครั้งเดียวมันไม่เห็นหรอก มันต้องใช้ความอดทน ขอให้เห็นธรรมชาติของชีวิตหนังสือเล่มนี้บอกธรรมชาติของชีวิตว่ามองอะไรง่ายๆ มีขึ้นมีลงมันธรรมดา ให้อยู่กับความจริงอยู่กับปัญญาภายใน ปัญญาภายในคือต้องทำ คิดเพ้อฝันอย่างเดียวก็เท่านั้น

สุรนันทน์ พระพุทธเจ้าท่านก็สอนนะคือให้มีสติอยู่ตลอดเวลา

ดร.วรัญญา ต้องรู้ตัว แต่ถ้ารู้ตัวแล้วเครียดหรือพยายามที่จะมีความสุข มันก็ได้แต่มันคือการยึดแน่นยึดติด มันก็มองไม่เห็นความสุขอยู่ดี แต่เมื่อไหร่เรารู้ว่าเราจะไปในทางบุญคือทางดีทางสบายใจ แล้วก็ทำไปตามธรรมชาติ ทำด้วยความอดทนด้วยความต่อเนื่อง แล้วคุณจะเห็นในความเปลี่ยนแปลงของตัวคุณเอง แล้วเมื่อคุณเห็นความเปลี่ยนแปลงของตัวคุณเองคุณก็จะมีกำลังใจ ความเปลี่ยนแปลงนั้นจะนำไปสู่หน้าที่การงานที่ดีขึ้น เพื่อนฝูงที่เข้ามาในชีวิตเราก็จะเป็นเพื่อนฝูงที่น่ารักขึ้นๆ ไม่ใช่พูดแต่อดีต คอยแต่นินทาว่าร้ายคนอื่น เพราะฉะนั้นเริ่มที่ตัวเราแล้วทำให้ต่อเนื่อง