อินทุกานต์ คชเสนี สิริสันต์ มาร์ธา สจวร์ต ลิฟวิ่ง ภาษาไทย

by ownermdo_newshealth_384.jpg | 16-11-2009

 

อินทุกานต์ คชเสนี สิริสันต์ มาร์ธา สจ๊วร์ต ลิฟวิ่ง ภาษาไทย

ออกอากาศเมื่อวันที่ 16 พฤศจิกายน 2552


 
สุรนันทน์  วันนี้ผมจะมาคุยกับคุณอินทุกานต์ คชเสนี สิริสันต์ มาร์ธา สจวร์ต ดังมากเลยนะทั่วโลก ตัวนิตยสารภาษาอังกฤษเขาทำมากี่ปีแล้วครับบรรณาธิการบริหาร นิตยสาร มาร์ธา สจวร์ต ลิฟวิ่ง (ฉบับภาษาไทย)

อินทุกานต์
 ปีนี้เป็นปีที่ 18 แล้วค่ะ นอกจากหนังสือมาร์ธา สจ๊วร์ต ลิฟวิ่ง แล้วเค้าก็ยังมีรายการทีวีด้วยซึ่งคาแร็กเตอร์เดียวกัน

สุรนันทน์  ผมแอบดูเรื่อยๆ แล้วก็มีไม่ใช่เฉพาะ ลิฟวิ่ง อย่างเดียวใช่ไหมครับ มีอีกหลายฉบับ

อินทุกานต์ ก็จะมี มาร์ธา สจ๊วร์ต เวดดิ้ง แล้วก็ยังมี Everyday food แล้วก็มี Body and soul

สุรนันทน์  คือเขาขายสมบูรณ์แบบแล้วก็ขายตัวเค้าด้วย ป๊อปปูล่า มากเลยใช่ไหมครับ

อินทุกานต์ เขาเป็น ไอดอล ของผู้หญิงหลายๆคน เหมือนกันทั่วโลกเคยไปดูเค้าอัดรายการที่นู่น แล้วค่อนข้ารอบตัว และทุกสิ่งทุกอย่างที่เค้านำเสนอ เหมือนเป็นสิ่งที่เป็นความฝันของผู้หญิงหลายๆคนที่อยากจะเป็นคาแร็กเตอร์นั้น แล้วนอกจากที่นำเสนอสิ่งเหล่านั้นแล้วเธอไม่ใช่แค่ผู้หญิงอยากฝันอย่างเดียว บางทีมองในหนังสือแล้วเหมือนยากทำไม่ได้ แต่ของมาร์ธา สจ๊วร์ตเองแล้วมันจะเป็นคาแร๊กเตอร์ที่สามารถทำได้

สุรนันทน์   ก็ยังยากอยู่นะบางที่ผมแอบดู ขนมแต่ละอย่างที่ทำ มันทำยาก

อินทุกานต์ เหมือนจะยาก แต่ว่า วิธีการทำเค้าจะบอกค่อนข้างละเอียด ละเอียดมากก็เคยทำเองแล้วในบางเมนู เพราะว่าทุกอย่างของเค้าคือแม่นมากๆ

สุรนันทน์  คือเค้าทำมา 18 ปี แล้วว่าง่ายๆ

อินทุกานต์ ใช่ เพราะฉะนั้นนอกจากผู้หญิงฝันแล้วมันทำจริงได้ จริงๆ ไม่ใช่แค่เรื่อง Cooking อย่างเดียว อย่างอื่นในหนังสือ เค้าจะมีวิธีการทำ เรียกว่า Step by Step เลยค่ะ

สุรนันทน์  เห็นแม่บ้านอเมริกาแบบคลั่งไคล้เลย เวลาดูโชว์เห็นว่าคลั่งไคล้เลย

อินทุกานต์ ดีมากค่ะ เพราะว่า เหมือนเป็นคนที่ถ้าให้อะไรแล้วให้จริงๆ คือไม่มีการหมกเม็ดไว้เลย เพราะฉะนั้นขั้นตอนทุกอย่างคือสามารถทำได้จริงๆ และทีมงานของเขาเรียกว่า 100% มากๆ เพราะว่าทีมงานในแต่ละ section เค้าไม่ใช่คนเขียนที่เป็นนักเขียนบทความหรืออะไร แต่ว่าเป็นคนที่เรียกว่าเป็นผู้ที่เชี่ยวชาญในด้านนั้นจริงๆ คืออย่างเช่น คนที่ดูทางด้าน Food Editor เค้าก็จะเป็นเชฟเอง กว่า 1 เมนูที่ออกมาเขาก็จะเรียกว่าทำแล้วทำอีกแล้วให้ Food Commentator ข้างนอกมาแล้วก็มาtest อาหารดู มีปรับปรุงอะไรหรือเปล่าสามครั้งสี่ครั้งกว่าจะได้ออกมา

สุรนันทน์  คิดเป็นระบบอย่างฝรั่ง ทดลองแล้วทดลองอีก

อินทุกานต์ แล้วอย่างเช่นทางด้านของ Garden ทางด้านสวนไม่ใช่ว่าหาใครมาเขียนก็ได้ เค้าจะต้องเป็นคนที่เรียกว่า เป็นคนทำสวนเอง คนเป็น garden Editor ของเค้าเนี่ย เคยเป็นคนสวนของมาร์ธามาก่อนเพราะฉะนั้นต้องเป็นคนที่ ลงมือทำจริงๆ

สุรนันทน์  มาร์ธา สจวร์ต เป็นอเมริกันประสบความสำเร็จมากมาย อะไรที่มันเป็นปัจจัยที่คิดว่าเรามาทำเป็นversion ภาษาไทยแล้วมันจะประสบความสำเร็จเช่นเดียวกัน

อินทุกานต์ ถ้าพูดถึงคาแร๊กเตอร์ของคนไทยในปัจจุบัน ค่อนข้างที่จะได้รับอิทธิพลมาจากฝรั่งค่อนข้างมาก ในเรื่องของการได้ไปต่างประเทศบ้าง เห็นคาแร็กเตอร์ของคนต่างชาติมาเยอะ เพราะฉะนั้นในปัจจุบันชีวิตคนไทยมันเริ่มที่จะเปลี่ยนไปขึ้นมานิดนึง การทำอารเองที่บ้านหรือในวาระโอกาสพิเศษต่างๆมันก็เริ่มเข้ามามากขึ้น ให้เพื่อนมาทานอาหารที่บ้านกันมีการจัดสังสรรค์ปาร์ตี้กัน แล้วหนังสืออะไรที่จะมีวิธีการทำแบบนั้นได้สมบูรณ์แบบ เพราะฉะนั้นตอนนี้มันก็อาจจะยังขาดตรงนี้อยู่พอ มาร์ธาสจ๊วร์ต ลิฟวิ่งเข้ามาก็ค่อนข้างที่อยากจะเติมเต็มในสิ่งเหล่านั้นให้กับผู้อ่านแล้วก็คนไทยหลายๆคนด้วยค่ะ

สุรนันทน์  แต่คนไทยก็มีบุคคลิกพิเศษ ถึงเราจะอยู่คอนโด หรืออยู่บ้านคล้ายฝรั่งขึ้นซื้อเฟอร์นิเจอร์เหมือนฝรั่ง เราก็มีบุคคลิพิเศษ อะไรที่ทำให้แน่ใจว่าบุคคลิกที่เกิดขึ้นของ มาร์ธา สจ๊วร์ต มันถ่ายทอดได้จริงหรือมันง่ายขนาดที่ว่าวัฒนธรรมเรารับได้

อินทุกานต์ มาร์ธา สจ๊วร์ต ลิฟวิ่งของไทย เราจะไม่เหมือนเล่มของภาษาอังกฤษเลย เรียกว่า Mix Match กันมากกว่า หนึ่งเล่มของเราเนี่ยก็คือว่าทางทีมงานเองได้คัดกรองแล้วเหมือนกัน ว่าอะไรบ้างที่จะเหมาะกับคนไทย ในเรื่องเนื้อหาเนี่ยอะไรบ้างที่จะเข้ากับนิสัยของคนไทยได้ และคนไทยสามารถทำได้หรือว่าเรียนรู้กับวัฒนธรรมอื่นๆ หรือว่าไอเดียต่างๆ ซึ่งจริงๆไอเดียพวกนี้บางครั้งอยู่ใกล้ตัว แต่ว่าเราอาจจะมองข้ามไป อย่างเช่นบางครั้งปรับเปลี่ยนของใหม่ทำ recycle ของอะไรอย่างนี้จริงๆแล้วคนไทยก็ทำได้เหมือนกันเพียงแต่ว่าแค่มีคนมาชี้แนะนิดนึง

สุรนันทน์  เพราะฉะนั้น Concept ก็คือใกล้ตัว คนไทยก็ทำได้แต่คนไทยก็หลากหลายนะ คุณอินทุกานต์ คือมีทั้งคนในเมืองจะคนชนบท เรามีลูกค้าเป้าหมายหรือเปล่าครับ

อินทุกานต์ ถ้าพูดถึงลูกค้าเป้าหมายก็คงจะเป็นที่คนเมืองนิดนึง คาแร็ตเตอร์ของผู้หญิงของเค้าก็ทำงานนี่แหละที่สนใจสิ่งต่างๆรอบๆตัว เมื่อกลับไปบ้านแล้วก็อยากให้บ้านสวยงามมีความสุขที่อยู่ในบ้านและก็แบ่งปันความสุขนั้นให้กับคนรอบๆข้างในบ้านด้วย ไม่ว่าจะเป็นเพื่อนฝูง คนรัก ครอบครัว หรือว่าคนใกล้ชิดต่างๆ ให้คนเหล่านั้นเค้ามีความสุขด้วย

สุรนันทน์  มาร์ธา สจ๊วร์ต นี่ภาพจริงๆเป็น Working woman ใช่ไหม

อินทุกานต์  เป็นค่ะ คือไมใช่ค่ะคือเป็นผู้หญิงสมัยใหม่นะคะ

สุรนันทน์  ชีวิตแบบนี้เนี่ย คุณอินทุกานต์มองว่ามันใหญ่พอที่เราจะมีแมกกาซีน อย่างนี้ไปขายเหรอ

อินทุกานต์ คนมองหาอยู่เหมือนกันนะคะ อย่างที่จะบอกว่าคือหนังสือเล่มแรกออกไปค่อนข้างได้รับการตอบรับที่ดี เมื่อวันที่ 6 ฉบับแรก แล้วเราก็ได้ feedback กับลูกค้าเหมือนกันไม่ว่าจะเป็นสมาชิกต่างๆหรือว่าตอนที่เราไปทำเวิร์คชอปกัน จริงแล้วคืออยากอ่านหนังสือ มาร์ธา แต่มันเป็นภาษาอังกฤษและพอได้เห็นเป็นภาษาไทยแล้วก็ดีใจไม่ต้องอ่านเป็นภาษาอังกฤษแล้ว แล้วก็ด้วยราคาเองก็สามารถที่จะซื้อได้

สุรนันทน์  คนก็มองว่าเข้าถึงข้อมูลได้ง่ายขึ้น แล้วฉบับแรกเนี่ยวางที่ไหนบ้างนะ

อินทุกานต์ วางร้านหนังสือทั่วไปแต่ว่าเราจะมี Main หลักในกรุงเทพฯและก็หัวเมืองใหญ่ๆ

สุรนันทน์  แต่ผมเปิด ผมชอบนะรูปสวย แต่ว่ามันก็ไม่ได้แต่ต่างกับหนังสือฝรั่งของเค้า

อินทุกานต์ คือจริงเนื้อเรื่องของเรา มันจะมีเรื่องของภาษาอังกฤษเรื่อง Content ของภาษาอังกฤษที่เราต้องแปลอยู่ปัญหาซะส่วนใหญ่ในตอนนี้ แต่ว่าในอนาคตเเราก็พยายามทำเนื้อเรื่อง เราจะทำ content เองได้มากขึ้นสำหรับในเล่มก็จะให้ผู้อ่านของคนไทยได้ใกล้ชิดมากขึ้น

สุรนันทน์  ผมดูแผงหนังสือแล้ว มันค่อนข้างละลานตานะ เลือกไม่ถูกเลย อะไรเป็นการคิดว่าทำให้ของเราโดดเด่นขึ้นมา

อินทุกานต์ คือถ้าในแผงตอนนี้ ถ้าหนังสือหัวนอกหรืออะไรก็ตาม ถ้าแบ่งเป็นใหญ่ๆแล้วมันก็จะมีหนังสือผู้หญิง หนังสือผู้ชายแล้วก็พวกบ้านแล้วก็หนังสืออาหารไปเลย แต่ว่าหนังสือมาร์ธา สจ๊วร์ตรวบรวมหลายๆอย่างให้อยู่ในเล่มเดียว

สุรนันทน์  การทำหนังสือที่เป็นหัวไทย กับของคุณอินทุกานต์เป็นหนังสือฝรั่งแต่มาทำเป็นภาษาไทย ความยากง่ายมันแตกต่างกันไหม

อินทุกานต์ แตกต่างกันค่ะ ถ้าเป็นหนังสือหัวไทยเราสามารถทำอะไรได้มากอยู่ในมือเรา แต่ว่าของเค้าเองของฝรั่งค่อนข้างจะมีกรอบ

สุรนันทน์  เราหลุดธีมเค้าไม่ได้ใช่ไหมครับ คือเราผสมเนื้อหาของเราได้

อินทุกานต์ คืออย่างไรก็ตามถ้าเราทำหัวของเค้า คาแร็กเตอร์เค้าต้องอยู่ ไม่ใช่ว่าเราเอาหัวของเค้ามาแล้วเราเอไปทำเป็น มาร์ธาไทยไปเลยซึ่งไม่ได้ คาแร็กเตอร์เค้าจะต้องคงอยู่ เพราะฉะนั้นกรอบของเค้าจะต้องอยู่ แล้ววิธีของเค้าจะแตกต่างกันกับของเรา บางครั้งเค้าค่อนข้างละเอียดมาก อย่างเช่นเวลาที่ไปที่นั่นตอนไปเทรนนิ่งเค้าก็จะเทรน แล้วก็สมมติว่าหนังสือมาร์ธาเอง เปิดไปทุกหน้าเค้าก็จะสอนเลยว่าเปิดไปทุกหน้าผู้อ่านจะต้องสบายตา เพราะฉะนั้นหลักการเลือกสีเป็นอย่างไร ห้ามเป็นเหมือนสีรุ้งอยู่ในหนังสือ สีมากเกินไปก็ไม่ได้

สุรนันทน์  แต่จริงๆแล้วเปิดก็เป็นอย่างนั้นจริงนะ คือสบายทุกหน้า

อินทุกานต์  หนึ่งคือสบายตาคนอ่านคือต้องมีความสุขในการอ่าน

สุรนันทน์  อันนี้ก็คือความได้เปรียบด้วยใช่ไหม อย่างหนังสือหัวไทย พูดง่ายๆคือพยายามแต่ลองผิดลองถูก แต่นี่เหมือนกับว่าเค้าลองผิดลองถูกมาทั่วโลกแล้วจนเค้ารู้แล้วว่าธรรมชาติมนุษย์เป็นแบบนี้

อินทุกานต์ ใช่ค่ะ ควรจะเป็นแบบนี้เค้าก็จะมีกรอบไว้ให้เราว่าในความยากมันก็จะมีความง่ายอยู่ในตัวคือเราจะได้โฟกัสไปได้ว่าสิ่งที่เราจะต้องทำเป็นอย่างไร

 สุรนันทน์  คนในสถานการณ์เศรษฐกิจแบบนี้ แม้กระทั่งเล่มละแค่ 100 บาทสำหรับหลายคนก็เหนื่อยเหมือนกันนะ อะไรจะบอกได้ว่าหนังสือเล่มนี้คุ้มค่า

อินทุกานต์ คือว่าหนังสือมาร์ธา จะบอกได้เลยว่าของเราไม่ได้ขึ้นอยู่กับเทรนเพราะฉะนั้นทุกสิ่งทุกอย่างใน Content เรียกว่ามันจะเป็นไม่มีกาลเวลา

สุรนันทน์  คือไม่ใช่ว่าเดือนนี้เห่อกันเรื่องนี้แล้วก็หายไปเลย ไม่ใช่

อินทุกานต์ อันนี้มันจะไร้กาลเวลาสำหรับหนังสือเล่มนี้ ถ้าถามโดยส่วนตัวก็เป็นแฟนหนังสือมาร์ธาเองมานนานแล้วเป็นสิบปีแล้วนะคะ เพราะฉะนั้นก็จะซื้อหนังสือเก็บมาตลอด พอวันนึงมารู้ว่าตัวเองจะต้องมาทำหนังสือเล่มนี้ก็กลับไปดูชั้นหนังสือ และก็เปิดดูเพราะว่าเราต้อง Study นิดนึงว่าเมื่อก่อนนี้เป็นอย่างไร พอเอามาดูแล้วบอกได้เลยว่าสิ่งที่อยู่เมื่อ 10 ปีที่แล้วกับตอนนี้มันยังจะสามารถใช้กันได้อยู่ เพราะฉะนั้นมันไร้กาลเวลา มันเหมือนกับการซื้อของครั้งเดียว ลงทุนครั้งหนึ่งแล้วมันเก็บได้

สุรนันทน์  ในขณะเดียวกันถ้าเกิดออกมาทำให้คนไทยดูเยอะๆ คนไทยจะเป็นมาร์ธา สจ๊วร์ตได้เหรอ

อินทุกานต์ ก็ยินดีนะคะ ดีใจนะคะ ถ้าเกิดว่าเป็น Inspiration เป็นแรงบันดาลใจให้สาวๆหลายๆคนหรือว่าใครหลายๆคนที่ลุกขึ้นมาทำอาหารเอง อยากขึ้นมาจับเอง ประดิษฐ์ ประดอยเองหรือจัดดอกไม้เองที่บ้านก็จะยินดีและดีใจมาก ถ้าเกิดหนังสือของเราสามารถเป็นแรงบันดาลใจให้กับผู้หญิงหลายๆคน