GISTDA

by ownermdo_newshealth_387.jpg | 13-10-2010

 

รศ.ดร.สมเจตน์ ทิณพงษ์
ประธานกรรมการบริหาร สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน)
GISTDA: Geo-Informatics and Space Technology Development Agency

สุรนันทน์ :  สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) หรือ GISTDA คืออะไรครับ
สมเจตน์ : เป็นองค์กรมหาชน สังกัดสำนักนายกรัฐมนตรี ซึ่งนายกฯ ก็มอบหมายให้รองนายกฯ กำกับดูแล แต่อยู่ที่กระทรวงวิทยาศาสตร์

สุรนันทน์ : คำจำกัดความของ GISTDA เป็นหน่วยงานวิทยาศาสตร์ ลักษณะใด
สมเจตน์ : ถ้ามองจาก Positioning by Name (ตำแหน่งโดยชื่อองค์กร) ก็บอกทุกอย่าง คือ บอกว่าเป็น State Agency (หน่วยงานรัฐ) ในรูปแบบองค์การมหาชน จัดตั้งในรูปอย่างนั้นอย่างนี้ โดยต้องการที่จะ เอา Science มา Apply (วิทยาศาสตร์มาปรับใช้) ให้เป็นประโยชน์ เป็นสำนักงานพัฒนา (Development Agency)

สุรนันทน์ : ตั้งมาโดยที่คิดจะทำอะไร
สมเจตน์ : ผมคิดว่า 2 อย่างนะ อย่างที่หนึ่ง 2 ตัวย่อแรกของ GISTDA คือ GI ว่าด้วย Geo-Informatics หรือ Geographical Information System – ภูมิสารสนเทศ และ 2 ตัวถัดมา คือ ST - Space Technology หรือ เทคโนโลยีอวกาศ 

สุรนันทน์ : ส่วนแรกก็คือ GIS ที่เรารู้จักกัน
สมเจตน์ : GIS ที่เรารู้จัก ซึ่งเป็นเรื่องที่ดีมาก เพราะว่าคำว่า GIS ปกติมนุษย์มองเห็นเป็นจุด เห็นพื้นราบ แต่ว่ามนุษย์ที่ยิ่งใหญ่จะเห็นชั้นของพื้นที่ “ซ้อนกัน” จะเป็นการเห็นภาพในแนวตั้ง (Vertical) โดยซ้อน แปลว่า เห็นตั้งแต่ชั้นใต้ดิน เห็นตั้งแต่ระบบท่อน้ำ ท่อแอร์ ท่อไฟ และเห็นไปถึงชั้นนอก

สุรนันทน์ : แนวคิดคือ ต้องเห็นทุกชั้นลงไปถึงสุดเลย
สมเจตน์ : ของ Functional (การทำงาน) ในแต่ละชั้นเราเรียกว่าเป็น Conventional Side ที่ทั่วโลกเขาทำ ประเทศที่แข็งแรง เก่งจะเป็นกลุ่มสแกนดิเนเวีย ฮอล์แลนด์ ที่มีสถาบันเรื่อง GIS ดังนั้นสมัยก่อนก็เน้นกันที่บทบาท ปรัชญาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดเลยก็คือ มนุษย์เห็นตัวเลขเห็นตัวหนังสือแล้ว ทำไมไม่เห็นเป็นภาพ ต่อมาก็เลยมีทฤษฎีบวกลบแผนที่ เราเรียก บวกลบแผนที่เลยนะ เอาภาพมาซ้อนกัน แต่มีบวก มีลบ  คำว่า บวก ลบ คือ วัตถุประสงค์คุณต้องการจะเอาเน้นตรงนี้ คุณต้องการเน้นว่า อ่างนี้มีเขื่อนอะไรกั้น มีถนนอะไรกั้น แสดงว่าคุณเน้นถึง 3 ชั้นแล้ว

สุรนันทน์ : ถ้าเช่นนั้น GIS ก็คือ ภาพที่ลึกลงไปหลายชั้น
สมเจตน์ : เป็น Application (การประยุกต์ใช้งาน) ก่อน ที่นี้ในบรรดา Application ต่างๆ ที่พูดกันมาก เพียง 1 ระดับ ก็คือ ภาพถ่ายทางอากาศ หรือภาพถ่ายดาวเทียม

สุรนันทน์ : คนละชั้นกัน
สมเจตน์ : คนละชั้น คนละ Resolution (ความละเอียด) ด้วย คนละรายละเอียดกัน ทั้งหมดต้องเข้าใจว่า เป็น Application ก่อน แล้วเดี๋ยวเราพูดแล้วเราเอาประยุกต์อะไร เพราะฉะนั้น ทีนี้แม้กระทั่งภาพถ่ายดาวเทียม ก็มีความหมาย ความหมายสำคัญที่สุด มนุษย์ ถ้าเข้าใจปรัชญาว่า สายตาเรายืนขึ้นในแนวตั้งทุก 50 เซ็นติเมตร เราเห็นโลกต่าง ถึงขนาดนั้น

สุรนันทน์ : หมายความว่าอย่างไรครับ เป็น Perception การรับรู้
สมเจตน์ : คุณนึกถึงภาพที่เห็นเมื่อไปยืนอยู่นอกโลก ไปถ่ายรูปจากดาวเทียมและเห็นโลกทั้งใบ

สุรนันทน์ : เหมือนมนุษย์อวกาศที่เขาขึ้นไปแล้วเขาเห็นรูปโลกทั้งใบ
สมเจตน์ : เมื่อเห็นรูปโลก เราเห็นแต่ละรายละเอียดของรูปโลก ที่ Resolution ต่างๆ กรณีเช่น 2 คูณ 2 เมตรก็เห็นรูปโลกเป็น 1 จุด เห็นจุดบนผืนโลกที่ Represent - เป็นตัวแทนได้ เห็นบนโลกที่ มองได้ว่าคืออะไร ถ้าน้ำ ถ้าอ่างน้ำ ถ้า 2 คูณ 2 บ่อนั้นเป็นอ่างน้ำ กับ 2 คูณ 2 กับพื้นตรงนี้นะ เราบอกได้เลยว่า นี่คืออ่างน้ำ นี่คือผืนดิน

สุรนันทน์ : เห็นชัดขนาดนั้น
สมเจตน์ : นี่ใกล้เข้ามาตัวที่ 2 แล้ว การพัฒนาเทคโนโลยี ในตัวย่อ TD - Technology Development ใน Space

สุรนันทน์ : คือพัฒนาการตัว Space Technology – เทคโนโลยีอวกาศด้วย
สมเจตน์ : แล้วก็เป็น Users – ผู้ใช้ ด้วย แต่ GI คือ Application การประยุกต์ใช้

สุรนันทน์ : เพราะฉะนั้นที่ผมเห็นก็คือ แค่เปลือกจริงๆ เมื่อพูดถึงเรื่อง ภาพถ่ายทางอากาศ ภาพถ่ายดาวเทียม
สมเจตน์ : บางคนคิดว่าเรารับจ้างถ่ายรูปไม่ใช่นะครับ อันนั้นก็คือ Product – ผลงานหนึ่งเท่านั้น และเป็นเพียง Layer หรือชั้นหนึ่งของการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีทั้งหมด

สุรนันทน์ : ประะโยชน์คืออะไร ทำไมเราต้องไปรู้ว่าใต้ดินคืออะไร ใต้น้ำคืออะไร
สมเจตน์ : เอาอย่างนี้ดีกว่า หากถามว่า เอาไปทำอะไร ต้องเข้าใจ GIS ว่ามนุษย์ไม่เพียงบริหารทรัพยากรบนผิวโลก และทั้งหมดของมนุษย์ต้องการทำ คือ 1. บริหารความสูญเสีย 2. ทำอย่างไรที่จะได้มาซึ่งประโยชน์

สุรนันทน์ : ถ้าเกิดสมมติว่า พูดถึงบ้านของผม ผมก็อยากรู้ว่า บ้านผมอยู่ที่ไหน และบ้านผมทำอะไรได้บ้าง
สมเจตน์ : อันนี้เริ่มเป็น Application แล้ว อย่างเราทำงานให้รัฐบาลในมิติเศรษฐกิจ เช่น ทุกปีมีการทำนาข้าวทั้ง นาปรัง นาปี ไปตามฤดูกาล และรัฐบาลมีนโยบายขึ้นทะเบียน สนับสนุนชาวนา 1 ล้านราย ทุกคนก็มาขึ้นทะเบียนไว้ ฉันทำนาปรัง รัฐบาลก็ต้องมีการรับประกันด้วยปริมาณ สมมติคุณจดทะเบียน 2 พันไร่ คนโน่นก็จดทะเบียน 5 ร้อยไร่ และมีการจ่ายเงินสนับสนุน ซึ่งก็แล้วแต่ละนโยบาย ถามว่า ผมจะรู้ได้อย่างไรว่าคุณขึ้นทะเบียน 2 พันไร่ คุณมีจริงหรือไม่ ไม่มีใครรู้ ประเทศไทยมีขนาดพื้นที่ 5 แสน 5 หมื่นตารางกิโลเมตร ผมจะไปเดินไปที่ไหน ไม่มีทาง แล้วคุณก็เซ็นต์มา ประเทศนี้ก็โกหก สังคมก็โกหก

สุรนันทน์ : บวกกันแล้วคงเกิน
สมเจตน์ : ก็โกหกกันไป เพื่อนอีก 20 คนก็เซ็นต์มา อบต. อบจ. อะไรพึ่งพากันก็เซ็นชื่อรับประกันมา หมู่บ้าน ชาวบ้าน มีใครไม่เซ็นชื่อให้คุณล่ะ จบเลย ถูกหรือไม่ เสร็จแล้วถึงเวลาผมก็ต้องตรวจสอบจริง ผมเอาเครื่องบินบินดูก็ไม่ไหว ลูกโลกใหญ่วนก็ไม่ไหว ถ่ายทั้งประเทศก็ไม่ไหว 5 แสน 5 หมื่นตารางกิโลเมตร มีอะไรดีกว่านี้ ผมไปเอาดาวเทียมมาถ่ายเสียเลย  แต่ว่าผมก็ต้องใช้วิชาการนะ เมื่อสักครู่ที่บอกว่า น้ำ ต้นข้าว กับพื้นปูน ผมก็ต้องแยกแยะได้ด้วย เพราะต้องตอบรัฐบาล

สุรนันทน์ : แต่ตีเส้นไม่ได้ หน้าที่คือจะต้องส่งตัวภาพทั้งหมดให้อำเภอ
สมเจตน์ : ไม่ได้ แต่เราต้องสรุปให้

สุรนันทน์ : ที่ว่าการอำเภออยู่ตรงนี้ หมู่บ้านอยู่ตรงนี้
สมเจตน์ : อันนั้นไม่สำคัญเท่ากับ อำเภอนี้รวมออกมาได้แสนไร่ แต่อำเภอนี้บอกว่า แสนสี่ คราวนี้พวกที่เชียร์ แสนสี่ ก็ให้เขาเถียงกัน เสร็จแล้วก็ต้องมีการลงสำรวจภาคพื้นดิน

สุรนันทน์ : ต้องใช้ความเป็นวิทยาศาสตร์เข้าไปแก้ปัญหา
สมเจตน์ : เราเรียกว่า มิติเศรษฐกิจ ใช้ความเป็นเรา GISTDA ต้องพูดว่า Application ด้านเศรษฐกิจ แต่ถามว่า เศรษฐกิจนี้ต้องมองไปไกลกับไปเรื่องอื่นๆที่มีผลกระทบด้วย อย่างน้ำท่วม ทุกอำเภอรายงาน 14 จังหวัด 27 อำเภอมาแล้ว อนาคตน้ำจะท่วมหรือไม่อะไรอย่างไร เราทำ Modeling - แบบจำลองได้ แต่เขาต้องทำการบ้านด้วยนะ

สุรนันทน์ : เราทำ Modeling ไห้ได้
สมเจตน์ : ได้ เรารู้อะไรอยู่ตรงไหน มีประโยชน์อะไร อย่างที่มาเคลมว่า บ้านพังไป 400 หลัง แล้วพื้นที่นาข้าว นาไร่ ท่วมไป จริงไม่จริง ก็นี่อย่างไร

สุรนันทน์ : แต่จากดาวเทียมเห็นได้ใช่หรือไม่ ที่บอกว่าทำ Modeling ได้ อย่างเช่น บอกถึงน้ำท่วม หรือบางแห่งที่น้ำแล้ง
สมเจตน์ : นี่ 2 Extreme -สุดขั้ว ทั้ง 2 คือมีทั้ง Too Much (มากไป) หรือ Too Little (น้อยไป) ส่งผลกระทบสู่ภาคการผลิตด้วย น้ำมากเกินไปเขาก็ต้องทำได้ น้ำน้อยเกินไปเขาก็ต้องทำได้ ผิวน้ำเปลี่ยนเป็นดิน ตาที่ดูนั้นก็แยกแยะออก ตาดาวเทียมนี่ก็แยกออก แต่ใช้เทคโนโลยีประกอบด้วย

สุรนันทน์ : ไม่โกหกใช่หรือไม่
สมเจตน์ : โกหกไม่ได้ เป็นภาพนิ่ง แต่คนจะโกหกได้ เพราะระหว่างการตีความนั้น สามารถทำได้ ต้องยอมรับความจริง เราไปเช็คที่พื้นที่จริง เป็นอีกศาสตร์หนึ่ง ก็คือไปขับรถวนด้วยกัน แต่ว่าไม่ได้วนทั้งหมด 550,000 ตารางกิโลเมตรนะ

สุรนันทน์ : อย่างการเมืองเขาก็ไปวนเฉพาะตรงปราสาทเขาพระวิหาร
สมเจตน์ : ถูก อย่างปราสาทเขาพระวิหาร เราก็วนให้ได้ และถ่ายให้ด้วย แต่เราไม่ไปยุ่งว่าเขาจะตัดสินอย่างไร แต่เราอาจจะทำ Implication ให้ได้ด้วย นับจากวันที่ลงนามในบันทึกความเข้าใจตรงนั้น แล้วไปเยี่ยมตรงนี้ ถนนเดิมเป็นอย่างไรและต่อมาขึ้นจากตรงไหนไปตรงไหน กว้างเท่าไร หน้าผามีพัฒนาการ หรือไม่ เพราะว่าใช้คำว่า ปรากฏการณ์จากการตีความ แปลว่า ตีความ ซึ่งมี Lead Time แล้ว ผมถึงพูดว่านับจากวันที่ลงนาม ถนนขยายมาให้จากฝั่งไหนไปฝั่งไหน แสดงว่าผมตีความมากกว่าแผนที่แล้ว ก็คือผมตีความไปถึงการเปลี่ยนแปลงว่าเป็นอย่างไร


สุรนันทน์ : อย่างอื่นก็คล้ายกันใช่หรือไม่ครับ อย่างพื้นที่ป่าที่หายไป พื้นที่ป่าที่เพิ่ม
สมเจตน์ : อันนี้เข้าใจมาก เท่ากับพอได้แนวคิด ก็สามารถรู้เรื่องได้ ภาษาวิชาการเขาเรียก Attribute ปรากฎการณ์เล็กๆน้อยๆ บนพื้นที่โลกได้แล้ว และความเคลท่อนไหวที่เปลี่ยนแปลงไปกับเวลา

สุรนันทน์ : แต่ก็เป็น Snap Shot หรือภาพนิ่งที่ปรากฏของวันนั้น
สมเจตน์ : ใช่ เป็นภาพของวันนั้น ซึ่งวันนั้นมองไม่เห็นคลื่น แต่ว่า มนุษย์ก็ต้องมีความรู้ ในหลากหลายวิชา (Multi-Discipline) ว่านี่คือ Cause-Effect ผลกระทบ สิ่งที่เราเห็นคือ Effect หรือผล ถูกหรือไม่ จาก Cause หรือต้นเหตุ

สุรนันทน์ : การจัดการทรัพยากรแบบที่เราเห็นปัญหาจะเป็นแบบเดียวกับที่ชาวบ้านเห็น
สมเจตน์ : ที่นี่ทั้งหมด แทบจะไปอ่านได้เลย เยอะแยะหนาเป็นปึกๆ แทบจะไปช่วยเขียนโกหกไม่ได้เลย ไม่ใช่ถ้าจับตรงนี้แล้ว อ่านเข้าใจแล้ว ถ้าไม่เข้าใจตรงนี้ก็ไม่รู้อะไร ตรงนี้ก็เหลือ เอาภาพประกอบแล้ว ทีนี้ก็มาเรื่องที่ 3 ที่เราจะขับเคลื่อนให้เกิดขึ้น ประเทศต้องมีแกนกลางว่าด้วย National Data Structure ของ GIS ให้ได้ อันนี้ Time for All ถึงเวลาของทุกทุกหน่วยงาน เนื่องจากทุกหน่วยงานต้องใช้แผนที่ 1 ต่อ 5 หมื่นที่เราไปเที่ยว 1 ต่อ 5 หมื่นที่เราจะดูเขาพระวิหาร 1 ต่อ 2 แสน 1 ต่อ 2 แสน 5 ก็แล้วแต่เรื่อง เรื่องการข้าว จะออกแบบเขื่อน สรุปแล้วต้องมี “มาตรฐานกลาง” ของทั้งประเทศ

สุรนันทน์ : เมื่อมีหน่วยงานเข้ามาเกี่ยวข้องจำนวนมาก ทำอย่างไรจะลดความซ้ำซ้อน แล้วมาประสานงานกัน
สมเจตน์ : เราขับเคลื่อนแล้ว คือ มีคณะกรรมการ GIS แห่งชาติ ซึ่งจัดตั้งมาเมื่อ 16-17 ปี แต่ปัจจุบันให้ที่นี่ (GISTDA) เป็นศูนย์กลางประสาน และ ให้สำนักงบประมาณ ถามเลยใครใช้เงินเท่าไร ถ้าไม่ตอบถือว่า เมื่อยื่นเสนองบประมาณด้านนี้ ถือว่าไม่ใช้เงิน เพราะว่า ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณอยู่ในบอร์ดเราด้วย แต่ว่าต้องใช้เขาจบ ก็ดีขึ้น บ้านเมืองก็ดีขึ้น

สุรนันทน์ : เข้ามาที่นี่เห็นความแปลกใหม่ พร้อมคำศัพท์เท่ๆ อย่าง “Imagineering” และ “Imaginovative”
สมเจตน์ : เป็นสิ่งที่สะท้อนหน่วยงานนี้ เราขาย Image เป็น Satellite Image เราไม่ไปเรียก Satellite Photo และมากกว่านั้น เพราะสำหรับ Image เกณฑ์ของมัน คือ คนที่มี Image ใครก็มีได้ แต่คนที่มี Image และมี Vision ที่จะ Apply ได้ ไม่ใช่ทุกคน ที่ผมพูดมันเป็น Visionary หมดนะ ไม่ได้อยู่ดีดีเอาภาพมาซ้อนแล้วก็ให้คำตอบทุกอย่าง ต้องมีจินตนาการ มีวิสัยทัศน์ไปข้างหน้า และประยุกต์ใช้ได้จริง เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับทุกคนในชาติ